อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2

อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2
อภิรักษ์ คะแนนนำห่าง รู้ผลตั้งแต่ เอ็กซิทโพลทุกสำนักระบุได้เป็นผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย ได้คะแนนเฉียดล้าน 991,018 คะแนน (45.93%) ประภัสร์ รับความพ่ายแพ้ขาดลอย ได้มา 543,488 คะแนน (25.19%) ชูวิทย์ 340,616 คะแนน (15.79%) ดร.แดน ทำใจได้ 260,051 คะแนน ลีน่า จัง ไม่ถึงหมื่นได้แค่ 6,267 คะแนน
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ชนะการเลือกตั้งอย่างลอยลำ ทิ้งห่างนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 จากพรรคพลังประชาชน ที่ได้อันดับสองอยู่หลายช่วงตัว ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ตามมาในอันดับสาม นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ตามมาเป็นอันดับสี่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.ประเมินว่า มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 54% อย่างไรก็ตาม นายอภิรักษ์ยังต้องรอผลการสอบสวนของ กกต.กลางในคดีมีผู้ร้องเรียนว่า ป้ายโฆษณาของ กทม.ส่อเอื้อประโยชน์ โดย กกต.กลางนัดประชุมคดีดังกล่าวครั้งแรกในวันอังคารที่ 7 ตุลาคมนี้
เวลา 23.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม นายพงษ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างไม่เป็นทางการว่า ล่าสุดนับบัตรเลือกตั้ง 2,214,315 ใบ คิดเป็นร้อยละ 100 มีจำนวนบัตรเสีย 19,376 ใบ คิดเป็นร้อยละ 0.88 น้อยกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่มีถึงร้อยละ 2.42 มีบัตรไม่ออกเสียง 37,345 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.69 มากกว่าครั้งที่แล้ว ที่มีเพียงร้อยละ 1.08 มีบัตรดี 2,157,599 ใบ คิดเป็นร้อยละ 97.44 โดยผลคะแนนนี้จะส่งให้ กกต.รับรองทันที สำหรับคะแนนของผู้สมัครทั้ง 16 คน 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ 991,018 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.93 มากกว่าคะแนนเดิมที่เคยทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อน ที่ได้ 911,441 คะแนน แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านคะแนน
2.นายประภัสร์ จงสงวน 543,488 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 25.19
3.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 340,616 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 15.79 มากกว่าคะแนนเดิมที่ทำไว้ 334,168 คะแนน
4.นางเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ 260,051 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 12.05
5.นางลีนา จังจรรจา 6,267 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.29
6.นายวิทยา จังกอบพัฒนา 3,759 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.17
7.นายวราวุธ ฐานังกรณ์ 2,771 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.13
8.ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ 2,105 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
9.นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฎ์ 2,102 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
10.นางสาววชิราภรณ์ อายุยืน 1,140 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
11.นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล 1,079 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
12.นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ 852 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
13.นายภพศักดิ์ ปานสีทอง 811 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
14.นายอุดม วิบูลเทพาชาติ 617 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.03
15.นายสมชาย ไพบูลย์ 503 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.02
16.ว่าที่ พ.ต.นิพนธ์ ซิ้มประยูร 421 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.12
สำหรับเขตที่ใช้สิทธิน้อยที่สุด ได้แก่ คลองเตย 48.082% ดุสิต 49.05% ราชเทวี 49.46% ดอนเมือง 50.84% วัฒนา 51.27% เขตที่ใช้สิทธิสูงสุด ทวีวัฒนา 61.52% พญาไท 59.1% สัมพันธวงศ์ 58.78% ลาดพร้าว 58.69% สะพานสูง 58.44% ส่วนเขตที่นับคะแนนเสร็จสมบูรณ์เป็นเขตแรก เมื่อเวลา 20.05 น. คือ เขตทวีวัฒนา มีผู้ใช้สิทธิ 32,076 คน คิดเป็น 61.52% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,139 คน
เอ็กซิทโพล3สำนัก “อภิรักษ์” นำลิ่ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 15.00 น. โพล 3 สำนักประกอบด้วย สวนดุสิตโพล เอแบคโพลล์ และรามคำแหงโพล ได้เปิดเผยเอ็กซิทโพล (EXIT POLL) ซึ่งเป็นการสอบถามผู้ใช้สิทธิภายหลังลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ สวนดุสิตโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้รับคะแนนเสียง 52.08% อันดับ 2 นายประภัสร์ 23.23% อันดับ 3 นายชูวิทย์ 12.10% และอันดับ 4 นายเกรียงศักดิ์ 11.40% ขณะที่เอแบคโพลล์รายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 44.07% นายประภัสร์ 23.90% นายชูวิทย์ 14.18% นายเกรียงศักดิ์ 12.64% ด้านรามคำแหงโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 45.34% นายประภัสร์ 24.03% นายเกรียงศักดิ์ 13.91% และนายชูวิทย์ 13.58%
โพลชี้ “อภิรักษ์”ได้คะแนนเกิน 1 ล้านเสียง
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจเอ็กซิทโพลของเอแบคโพลล์ระบุชัดว่า นายอภิรักษ์นำคู่แข่งแบบทิ้งขาด และจากการคำนวณทางสถิติประเมินว่า นายอภิรักษ์จะได้คะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ ถึง 1,129,641 คะแนน จากผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 65.56 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4 ล้านคน ส่วนนายประภัสร์ จะได้ 622,115 คะแนน ทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากผลโพลก่อนการเลือกตั้งมากนัก แต่ที่น่าสังเกตคือ นายประภัสร์มีอันดับที่ก้าวกระโดดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ได้อันดับ 2 ส่วนนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง นายประภัสร์กลับมีคะแนนกระเตื้องขึ้นเป็นอันดับ 2 แทน จึงเชื่อว่าความเป็นพรรคมีส่วนช่วยดึงคะแนนเสียง โดยเฉพาะจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เนื่องจากเป็นตัวแทนของคนในชุมชน
สอดคล้องกับของรามคำแหงโพลทั้งนี้ นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะประธานศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า จากผลการสำรวจเอ็กซิทโพลพบว่า นายอภิรักษ์มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างผู้สมัครรายอื่นๆ แต่ที่แตกต่างจากผลสำรวจของรามคำแหงโพลช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งคือ นายประภัสร์และนายชูวิทย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 และนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่หลังปิดหีบเลือกตั้งกลับพบว่า นายประภัสร์มีคะแนนขยับสูงขึ้นเป็นอันดับ 2 ส่วนนายชูวิทย์ตกไปอยู่อันดับ 3 ทั้งนี้ สาเหตุอาจมาจากเหตุการณ์ชกต่อยของนายชูวิทย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม หากประชาชนไปลงคะแนนเสียงเกินร้อยละ 60 เชื่อว่านายอภิรักษ์จะได้รับคะแนนมากกว่า 1 ล้านเสียงแน่นอน
เขตชั้นใน “โนโหวต” มากสุด
ผลสำรวจยังพบอีกว่า เขตที่มีผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนเลือกใคร (โนโหวต) มากที่สุด 5 ลำดับแรก ดังนี้ ดุสิต ปทุมวัน ตลิ่งชัน พญาไท และคลองสาน ส่วนเขตที่ผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนน้อยที่สุด 5 อันดับแรก คือ หนองจอก คลองสามวา สายไหม ลาดกระบัง และมีนบุรี
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. แถลงหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า โดยภาพรวมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการทุจริตเลือกตั้ง พบเพียงเรื่องร้องเรียนบัญชีรายชื่อตกหล่น ซึ่งจากการตรวจสอบไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของ กทม. แต่เป็นความสับสนของประชาชน เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 1 ปี ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป
กกต.ยันรับรองผลใน7วัน
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.รับเรื่องการทุจริตเลือกตั้งแล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่องป้ายหาเสียงเลือกตั้ง และการแจกไวไฟ ส่วนอีก 1 เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ ปีนี้ถือว่าน้อยกว่าปี 2547 ถือเป็นเรื่องดี มั่นใจว่าจะสามารถรับรองผลการได้ภายใน 7 วัน “อภิรักษ์” สัญญาซื่อสัตย์ในหน้าที่
เวลา 22.45 น. นายอภิรักษ์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า หลังจาก กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยจะผลักดันนโยบาย 5 ด้านตามที่หาเสียงไว้ และส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับเขต เพื่อให้ทำงานในชุมชน ตั้งคณะกรรมการจากทุกสาขาอาชีพต่างๆ กลุ่มสตรี วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และผู้พิการ และตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมของ กทม.และว่ามีบทเรียนกรณีถูกร้องเรียน ดังนั้นใน 4 ปีจากนี้ จะผลักดันกลไกตรวจสอบจากภาคประชาชนให้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาทุจริต อีกทั้งจะเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เพื่อให้การบริหารงานทันสมัยขึ้นด้วย
“2หล่อ” แถลงขอบคุณทุกเสียง
ก่อนหน้านี้ เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และทีมงานพรรค ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนภายหลังจากทราบผลเอ็กซิลโพล ระหว่างแถลงมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 20 คน ถือมือตบมาปรบให้กำลังใจ และขอให้นายอภิรักษ์เซ็นชื่อลงบนมือตบด้วย
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หาก กกต.ให้การรับรองนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯกทม. ทางพรรคจะทุ่มเทแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเร็ว มีหลายเรื่องเร่งด่วน ทั้งเรื่องน้ำท่วม ภัยพิบัต ยาเสพติด รวมถึงนโยบาย 5 ข้อที่นายอภิรักษ์หาเสียงเอาไว้ เชื่อว่านายอภิรักษ์จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ แต่ถ้าเรื่องไหนรัฐบาลเห็นว่าแก้ปัญหาได้ดีกว่า ก็ทำไป แต่ที่ผ่านมานายอภิรักษ์ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลมาหลายสมัย คิดว่ารัฐบาลคงจะใจกว้างพอ โดยไม่คำนึงสังกัดพรรค
เร่งงานด่วน “น้ำท่วม-จราจร”
นายอภิรักษ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนไว้วางใจ ปัญหาแรกที่จะเร่งแก้ไขคือ น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม และจะแก้ปัญหาการจราจร โดยเฉพาะรถติดจะวางระบบให้เรียบร้อย นอกจากนี้ จะเร่งนโยบายให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน และร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ดึงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา สตรี และผู้พิการ ร่วมสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมกันตรวจสอบนโยบายเพื่อให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการให้มากที่สุด
“ประภัสร์” รับสภาพ “พ่ายแพ้”
เวลา 15.40 น. นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน พร้อมนายอุดมเดช รัตนเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมแถลงภายหลังการปิดหีบบัตรลงคะแนน โดยนายประภัสร์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้ เพราะถ้าปราศจากคนเหล่านี้ คงไม่มีคะแนน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ยอมรับ แต่คงไม่มาประเมินว่าตกเป็นรองเพราะเงื่อนไขใด ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าเสนอตัวเองมาทำงานให้ชาว กทม. ไม่เกี่ยวกับพรรคและการเมือง ขอให้ชาว กทม.เลือกด้วยเหตุผลว่าจะทำอะไรให้ อย่าไปยึดเรื่องพรรค
ที่มา มติชน
