• Home
  • About

ข่าวสาร Update recipes

อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2

apirak_00.jpg

อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง  ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2

อภิรักษ์ คะแนนนำห่าง รู้ผลตั้งแต่ เอ็กซิทโพลทุกสำนักระบุได้เป็นผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย ได้คะแนนเฉียดล้าน 991,018 คะแนน (45.93%) ประภัสร์ รับความพ่ายแพ้ขาดลอย ได้มา 543,488 คะแนน (25.19%) ชูวิทย์ 340,616 คะแนน (15.79%) ดร.แดน ทำใจได้ 260,051 คะแนน ลีน่า จัง  ไม่ถึงหมื่นได้แค่ 6,267 คะแนน

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ชนะการเลือกตั้งอย่างลอยลำ ทิ้งห่างนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 จากพรรคพลังประชาชน ที่ได้อันดับสองอยู่หลายช่วงตัว ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ตามมาในอันดับสาม นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ตามมาเป็นอันดับสี่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.ประเมินว่า มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 54% อย่างไรก็ตาม นายอภิรักษ์ยังต้องรอผลการสอบสวนของ กกต.กลางในคดีมีผู้ร้องเรียนว่า ป้ายโฆษณาของ กทม.ส่อเอื้อประโยชน์ โดย กกต.กลางนัดประชุมคดีดังกล่าวครั้งแรกในวันอังคารที่ 7 ตุลาคมนี้
เวลา 23.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม นายพงษ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างไม่เป็นทางการว่า ล่าสุดนับบัตรเลือกตั้ง 2,214,315 ใบ คิดเป็นร้อยละ 100  มีจำนวนบัตรเสีย 19,376 ใบ คิดเป็นร้อยละ 0.88 น้อยกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่มีถึงร้อยละ 2.42 มีบัตรไม่ออกเสียง 37,345 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.69 มากกว่าครั้งที่แล้ว ที่มีเพียงร้อยละ 1.08 มีบัตรดี 2,157,599 ใบ คิดเป็นร้อยละ 97.44 โดยผลคะแนนนี้จะส่งให้ กกต.รับรองทันที สำหรับคะแนนของผู้สมัครทั้ง 16 คน   1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ 991,018 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.93 มากกว่าคะแนนเดิมที่เคยทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อน ที่ได้ 911,441 คะแนน แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านคะแนน
2.นายประภัสร์ จงสงวน 543,488 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 25.19
3.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 340,616 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 15.79 มากกว่าคะแนนเดิมที่ทำไว้ 334,168 คะแนน
4.นางเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ 260,051 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 12.05
5.นางลีนา จังจรรจา  6,267 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.29
6.นายวิทยา จังกอบพัฒนา 3,759 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.17
7.นายวราวุธ ฐานังกรณ์ 2,771 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.13
8.ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ 2,105 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
9.นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฎ์ 2,102 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
10.นางสาววชิราภรณ์ อายุยืน 1,140 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
11.นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล 1,079 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
12.นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ 852 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
13.นายภพศักดิ์ ปานสีทอง 811 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
14.นายอุดม วิบูลเทพาชาติ 617 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.03
15.นายสมชาย ไพบูลย์ 503 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.02
16.ว่าที่ พ.ต.นิพนธ์ ซิ้มประยูร 421 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.12

สำหรับเขตที่ใช้สิทธิน้อยที่สุด ได้แก่ คลองเตย 48.082% ดุสิต 49.05% ราชเทวี 49.46% ดอนเมือง 50.84% วัฒนา 51.27% เขตที่ใช้สิทธิสูงสุด ทวีวัฒนา 61.52% พญาไท 59.1% สัมพันธวงศ์ 58.78% ลาดพร้าว 58.69% สะพานสูง 58.44% ส่วนเขตที่นับคะแนนเสร็จสมบูรณ์เป็นเขตแรก เมื่อเวลา 20.05 น. คือ เขตทวีวัฒนา มีผู้ใช้สิทธิ 32,076 คน คิดเป็น 61.52% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,139 คน

เอ็กซิทโพล3สำนัก “อภิรักษ์” นำลิ่ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 15.00 น. โพล 3 สำนักประกอบด้วย สวนดุสิตโพล เอแบคโพลล์ และรามคำแหงโพล ได้เปิดเผยเอ็กซิทโพล (EXIT POLL) ซึ่งเป็นการสอบถามผู้ใช้สิทธิภายหลังลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ สวนดุสิตโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้รับคะแนนเสียง 52.08% อันดับ 2 นายประภัสร์ 23.23% อันดับ 3 นายชูวิทย์ 12.10% และอันดับ 4 นายเกรียงศักดิ์ 11.40% ขณะที่เอแบคโพลล์รายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 44.07% นายประภัสร์ 23.90% นายชูวิทย์ 14.18% นายเกรียงศักดิ์ 12.64% ด้านรามคำแหงโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 45.34% นายประภัสร์ 24.03% นายเกรียงศักดิ์ 13.91% และนายชูวิทย์ 13.58%

โพลชี้ “อภิรักษ์”ได้คะแนนเกิน 1 ล้านเสียง
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจเอ็กซิทโพลของเอแบคโพลล์ระบุชัดว่า นายอภิรักษ์นำคู่แข่งแบบทิ้งขาด และจากการคำนวณทางสถิติประเมินว่า นายอภิรักษ์จะได้คะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ ถึง 1,129,641 คะแนน จากผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 65.56 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4 ล้านคน ส่วนนายประภัสร์ จะได้ 622,115 คะแนน ทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากผลโพลก่อนการเลือกตั้งมากนัก แต่ที่น่าสังเกตคือ นายประภัสร์มีอันดับที่ก้าวกระโดดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ได้อันดับ 2 ส่วนนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง นายประภัสร์กลับมีคะแนนกระเตื้องขึ้นเป็นอันดับ 2 แทน จึงเชื่อว่าความเป็นพรรคมีส่วนช่วยดึงคะแนนเสียง โดยเฉพาะจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เนื่องจากเป็นตัวแทนของคนในชุมชน

สอดคล้องกับของรามคำแหงโพลทั้งนี้ นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะประธานศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า จากผลการสำรวจเอ็กซิทโพลพบว่า นายอภิรักษ์มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างผู้สมัครรายอื่นๆ แต่ที่แตกต่างจากผลสำรวจของรามคำแหงโพลช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งคือ นายประภัสร์และนายชูวิทย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 และนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่หลังปิดหีบเลือกตั้งกลับพบว่า นายประภัสร์มีคะแนนขยับสูงขึ้นเป็นอันดับ 2 ส่วนนายชูวิทย์ตกไปอยู่อันดับ 3 ทั้งนี้ สาเหตุอาจมาจากเหตุการณ์ชกต่อยของนายชูวิทย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม หากประชาชนไปลงคะแนนเสียงเกินร้อยละ 60 เชื่อว่านายอภิรักษ์จะได้รับคะแนนมากกว่า 1 ล้านเสียงแน่นอน

เขตชั้นใน “โนโหวต” มากสุด
ผลสำรวจยังพบอีกว่า เขตที่มีผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนเลือกใคร (โนโหวต) มากที่สุด 5 ลำดับแรก ดังนี้ ดุสิต ปทุมวัน ตลิ่งชัน พญาไท และคลองสาน ส่วนเขตที่ผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนน้อยที่สุด 5 อันดับแรก คือ หนองจอก คลองสามวา สายไหม ลาดกระบัง และมีนบุรี

นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. แถลงหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า โดยภาพรวมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการทุจริตเลือกตั้ง พบเพียงเรื่องร้องเรียนบัญชีรายชื่อตกหล่น ซึ่งจากการตรวจสอบไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของ กทม. แต่เป็นความสับสนของประชาชน เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 1 ปี ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป

กกต.ยันรับรองผลใน7วัน
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.รับเรื่องการทุจริตเลือกตั้งแล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่องป้ายหาเสียงเลือกตั้ง และการแจกไวไฟ ส่วนอีก 1 เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ ปีนี้ถือว่าน้อยกว่าปี 2547 ถือเป็นเรื่องดี มั่นใจว่าจะสามารถรับรองผลการได้ภายใน 7 วัน   “อภิรักษ์” สัญญาซื่อสัตย์ในหน้าที่
เวลา 22.45 น. นายอภิรักษ์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า หลังจาก กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยจะผลักดันนโยบาย 5 ด้านตามที่หาเสียงไว้ และส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับเขต เพื่อให้ทำงานในชุมชน ตั้งคณะกรรมการจากทุกสาขาอาชีพต่างๆ กลุ่มสตรี วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และผู้พิการ และตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมของ กทม.และว่ามีบทเรียนกรณีถูกร้องเรียน ดังนั้นใน 4 ปีจากนี้ จะผลักดันกลไกตรวจสอบจากภาคประชาชนให้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาทุจริต อีกทั้งจะเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เพื่อให้การบริหารงานทันสมัยขึ้นด้วย

“2หล่อ” แถลงขอบคุณทุกเสียง
ก่อนหน้านี้ เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และทีมงานพรรค ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนภายหลังจากทราบผลเอ็กซิลโพล ระหว่างแถลงมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 20 คน ถือมือตบมาปรบให้กำลังใจ และขอให้นายอภิรักษ์เซ็นชื่อลงบนมือตบด้วย

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หาก กกต.ให้การรับรองนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯกทม. ทางพรรคจะทุ่มเทแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเร็ว มีหลายเรื่องเร่งด่วน ทั้งเรื่องน้ำท่วม ภัยพิบัต ยาเสพติด รวมถึงนโยบาย 5 ข้อที่นายอภิรักษ์หาเสียงเอาไว้ เชื่อว่านายอภิรักษ์จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ แต่ถ้าเรื่องไหนรัฐบาลเห็นว่าแก้ปัญหาได้ดีกว่า ก็ทำไป แต่ที่ผ่านมานายอภิรักษ์ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลมาหลายสมัย คิดว่ารัฐบาลคงจะใจกว้างพอ โดยไม่คำนึงสังกัดพรรค

เร่งงานด่วน “น้ำท่วม-จราจร”

นายอภิรักษ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนไว้วางใจ ปัญหาแรกที่จะเร่งแก้ไขคือ น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม และจะแก้ปัญหาการจราจร โดยเฉพาะรถติดจะวางระบบให้เรียบร้อย นอกจากนี้ จะเร่งนโยบายให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน และร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ดึงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา สตรี และผู้พิการ ร่วมสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมกันตรวจสอบนโยบายเพื่อให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการให้มากที่สุด

“ประภัสร์” รับสภาพ “พ่ายแพ้”
เวลา 15.40 น. นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน พร้อมนายอุดมเดช รัตนเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมแถลงภายหลังการปิดหีบบัตรลงคะแนน โดยนายประภัสร์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้ เพราะถ้าปราศจากคนเหล่านี้ คงไม่มีคะแนน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ยอมรับ แต่คงไม่มาประเมินว่าตกเป็นรองเพราะเงื่อนไขใด ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าเสนอตัวเองมาทำงานให้ชาว กทม. ไม่เกี่ยวกับพรรคและการเมือง ขอให้ชาว กทม.เลือกด้วยเหตุผลว่าจะทำอะไรให้ อย่าไปยึดเรื่องพรรค

ที่มา มติชน

ปธ.กกต.ติงทำเอ็กซิทโพลล์ก่อนเข้าคูหาอาจผิดกม.

ปธ.กกต.ติงทำเอ็กซิทโพลล์ก่อนเข้าคูหาอาจผิดกม.

ประธาน กกต.เชื่อคนมาใช้สิทธิ มากกว่าเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เตือนทำเอ็กซิทโพลล์ก่อนเข้าคูหาอาจผิดกฎหมาย

5ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ได้ตรวจเยี่ยมการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 37-42 บริเวณโครงการบ้านเอื้ออาทร เขตบึงกุ่ม แขวงคลองกุ่ม ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีคนพิการทางสายตา มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
นายอภิชาต กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมหลายหน่วยเลือกตั้ง ยังไม่พบปัญหาอุปสรรคทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนตื่นตัวมาใช้สิทธิดีมาก จึงคาดว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 62.5 ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมา สำหรับการเตรียมนับคะแนนนั้น เจ้าหน้าที่มีความพร้อมดีมาก ซึ่งคาดว่า เวลา 19.00 น.จะเริ่มนับคะแนนได้ และทราบผลอย่างไม่เป็นทางการเวลา 24.00 น.
ด้านนายสุทธิพล กล่าวว่า ยังไม่พบอุปสรรค สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันนี้ แต่พบว่ากกต.ต้องปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการที่มาใช้สิทธิ หลังถูกร้องเรียน และจากการตรวจเยี่ยมพบว่าบางหน่วยเลือกตั้งมีการทำเอ็กซิสโพลล์ในลักษณะสอบ ถามประชาชนก่อนลงคะแนน ซึ่งอาจเข้าข่ายหาเสียงได้ จึงกำชับให้ผู้อำนวยการหน่วยเลือกตั้งดูแล และขอเตือนไปยังสำนักโพลล์ว่าการเข้าไปสอบถามประชาชนก่อนเข้าคูหา อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเนื่องจากอาจเป็นการหาเสียงได้ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวควรต้องอยู่ห่างจากหน่วยเลือกตั้งพอสมควร

ปธ.กกต.ยันประกาศรับรองผลผู้ว่าฯกทม.ใน7วัน

ปธ.กกต.ยันประกาศรับรองผลผู้ว่าฯกทม.ใน7วัน

ประธาน กกต.ตรวจหน่วยเลือกตั้งเชื่อประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ได้ใน 7 วัน สาเหตุร้องเรียนน้อย กกต.เชื่อ “จำลอง” ถูกจับไม่กระทบเลือกตั้ง

(5ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 158 โรงเรียนวัดเลียบราษฎร์บำรุง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.หลังจากนั้นได้ตรวจหน่วยเลือกตั้งตามสถานที่ต่างๆโดยไม่ได้แจ้งกำหนดการ ล่วงหน้าว่าจะไปที่ใด เนื่องจากตั้งใจจะไปตรวจหน่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอยากเห็นสภาพความเป็นจริงของเจ้าหน้าที่ในการทำงานว่าแต่ละเขตมีการทำ งานอย่างไร และบางหน่วยกรรมการประจำหน่วยก็ตกใจเนื่องจากไม่คาดว่าประธาน กกต.จะไปดูหน่วยเลือกตั้งด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามระหว่างการตรวจหน่วยเลือกตั้งก็ได้ไปตรวจสถานที่นับคะแนนที่เขต บางซื่อและเขตดินแดง โดยทั้งสองแห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและจะตระเวนตรวจความเรียบร้อยจน กระทั่งนับคะแนนเสร็จสิ้น
นายอภิชาต ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ได้รับเรื่องการทุจริตเลือกตั้งแล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่องป้ายหาเสียงเลือกตั้ง และการแจกไวร์ไฟ ส่วนอีก 1 เรื่อง อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งการทุจริตเลือกตั้งในปีนี้ถือว่าน้อยกว่าการเลือกตั้งในปี 2547 จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ได้ก่อนเวลา 24.00 น. และมั่นใจว่าจะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ภายใน 7 วัน จึงขอฝากให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ให้มาก เลือกคนดีมาบริหาร กทม.อย่าให้ใครมาจูงใจ และมั่นใจว่าปีนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณร้อยละ 65-70 เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองจะยังไม่นิ่งก็ตาม
นายอภิชาต กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการพยากรณ์อากาศว่าในช่วงบ่ายวันนี้จะมีฝนตก ทาง กกต.ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนบรรยากาศการเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 42-47 แขวงลาดยาว เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 37 โรงเรียนอุดมศึกษา(ซอยลาดพร้าว 94) โดยนายสมชัยอยู่ลำดับที่ 732 และในทะเบียนบ้านมีผู้มีสิทธิเลือตั้ง 3 คนประกอบด้วย นายสมชัย นางวิลาวัลย์ ภรรยา และน.ส.ฟ้าประไพ บุตรสาว ซึ่งจะเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายหลังในช่วงบ่าย หลังจากนั้นนายสมชัย ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานเขตบางกะปิซึ่งใช้เป็นสถานที่ที่ใช้นับคะแนน เลือกตั้ง
นายสมชัย กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง พบว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนช่วงนับคะแนนก็คงไม่มีปัญหาเพราะสถานที่นับคะแนนอยู่กลางแจ้ง สามารถมองเห็นอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีไฟฟ้าดับขณะนับคะแนนในช่วงที่มีฝนตกก็คงไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะทางเขตได้จัดไฟสำรองไว้ หากไฟฟ้าดับไฟสำรองก็จะทำงานทันที
ส่วนกรณีที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกควบคุมตัวภายหลังใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งว่าฯ กทม.และยังเรียกร้องให้ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดมาชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล จะกระทบการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะกระทบต่อการเลือกตั้งและเชื่อว่าคงไม่มีการป่วนใน ช่วงที่มีการนับคะแนนเพราะการเลือกตั้งดังกล่าวไม่ใช่การเลือกตั้งระดับชาติ เป็นเพียงการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่เป็นท้องถิ่นที่เป็นเมืองหลวง อย่างไรก็ตาม หากมีการป่วนจริง ก็จะกระทบต่อกลุ่มพันธมิตรฯเองจะทำให้เสียแต้ม และจะทำให้สังคมไม่เชื่อถือพันธมิตรฯ เพราะถือว่าเป็นการทำลายการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยตรง ทั้งนี้ตนเชื่อว่าพล.ต.จำลองก็มีเจตนาดี ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ดังนั้นกรณีดังกล่าวไม่น่าจะเป็นเหตุป่วนการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า การแจ้งข้อกล่าวหากบฏต่อพันธมิตรฯ เป็นการกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าการแจ้งข้อหามีหลายระดับตั้งแต่กล่าวหาเรื่องเล็ก ไปจนถึงการแจ้งข้อกล่าวหาระดับสูงสุดคือกบฏ ตนเชื่อว่าพนักงานต้องแจ้งข้อกล่าวหาไปตามหน้าที่ และเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ภาระหน้าที่ก็จะอยู่ที่พนักงานสืบสวนสอบสวนที่จะต้องดำเนินตามกระบวนการ พิจารณา และเมื่อผู้ใดตกเป็นผู้ต้องหา เจ้าพนักงานอาจจะหาวิธีการเพื่อให้ได้ตัวมา โดยอาจจะมีคำสั่งเรียกหรือออกหมายจับ โดยหมายจับจะมีผลจนกว่าจะได้ตัวผู้ต้องหามา เมื่อได้ตัวมาแล้ว หมายจับก็จะยกเลิกไป เหมือนกรณีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่มีหมายเรียก ก็เข้ามอบตัว แล้วประกันตัว ไม่ต้องโดนจับ อย่างไรก็ตามขณะนี้ศาลออกหมายจับซึ่งก็มีผลบังคับใช้จนกว่าจะได้ตัวผู้ต้อง หามา ดังนั้นจะให้ศาลยกเลิกหมายจับโดยวิธีการอุทธรณ์ก็ไม่ได้ เพราะขั้นตอนการอุทธรณ์จะทำได้เมื่อศาลมีคำสั่งเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว จึงจะทำให้ผลของหมายจับเปลี่ยนไป ดังนั้นขณะนี้หมายจับยังมีผลบังคับใช้ ส่วนขั้นตอนต่อไป พล.ต.จำลองต้องต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา ซึ่งแกนนำพันธมิตรฯ อาจจะมีความผิดเพียงบุกรุกสถานที่ราชการก็ได้
“เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์ในประเทศจะเป็นปกติเพราะบ้านเมืองมีการบังคับ ใช้กฎหมาย การจะรักษาบ้านเมืองให้คงไว้ต้องยึดหลักการและรักษาไว้ซึ่งกฎหมายไม่ให้ถูก ทำลายหรือละเมิด รัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมาย ไม่ให้ใครมาละเมิดกฎหมายของบ้านเมือง การที่มีคนมาละเมิดกฎหมายแล้วรัฐบาลไม่ดำเนินการกับคนละเมิดกฎหมายก็เท่ากับ ไม่รักษาบ้านเมือง ถือเป็นการละเว้นต่อหน้าที่ เหตุการณ์ต่างๆ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมืองทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติและ บังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ใครๆ ก็สามารถละเมิดกฎหมายของบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะสงบสุขได้อย่างไร เราทุกคนต้องเคารพอยู่ภายใต้ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย” นายสมชัย กล่าว

ปลัดกทม.เชื่อจับ”จำลอง”ไม่กระทบเลือกตั้งผู้ว่าฯ

ปลัดกทม.เชื่อจับ”จำลอง”ไม่กระทบเลือกตั้งผู้ว่าฯ

ปลัดกทม. ระบุ ตำรวจจับ”จำลอง”ไม่กระทบการเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพ ย้ำนครบาลไม่ได้ถอนกำลังไปดูแลม็อบพันธมิตรฯ

(5ต. ค.) เวลา 12.00 น. นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม.ฐานะผอ.การเลือกตั้งท้องถิ่นกทม. แถลงภาพรวมการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยระบุสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีปัญหาอุปสรรคหรือการร้องเรียน แต่อย่างใด ส่วนที่มีการจับกุมพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เชื่อว่าเหตุทางการเมืองจะไม่มีผลกระทบกับการเลือกตั้ง
ปลัดกทม. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากตำรวจเรื่องจะมีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จำนวน 15,000 นาย ไปดูแลสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมหากมีการเคลื่อนขบวนกดดันแต่อย่างใด หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงคงจะมีการหารือกันอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่หน่วยเลือกตั้ง 76-80 บริเวณวิทยาลัยเทคนิคดุสิต แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต ค่อนข้างเงียบเหงา มีผู้เดินทางมาตรวจดูรายชื่อก่อนเวลาเปิดหีบค่อนข้างบางตา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสถานที่และหีบบัตรเลือกตั้ง จากนั้น เวลา 08.00 น. จึงเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน
เมื่อเวลา 08.10 น. พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมกล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มาก เพื่อให้ได้คนดีเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ และหากไม่ออกมาใช้สิทธิ์มาก อาจจะไม่ได้คนดีที่เราต้องการก็ได้
ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เดินทางทำบุญตักบาตรที่วัดเบญจมบพิตรในช่วงเช้า ก่อนจะไปไหว้ศาลเจ้ามารดาที่โรงแรมเดอะเดวิส ถนนสุขุมวิท 24 โดยนายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอพรจากแม่ให้ดลใจคนกรุงเทพฯ เลือกตนเข้ามาทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง ตนเป็นลูกคนสุดท้องที่ใกล้ชิดผูกพันกับแม่มาก พร้อมโชว์พระนารายณ์ทรงครุฑที่พกติดตัวไว้ ซึ่งได้มาจากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 84 แขวงและเขตดินแดง
นายชูวิทย์ กล่าวอีกครั้งว่า ต้องการให้คนกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้ได้ถึงร้อยละ 80 เพื่อให้ กทม.เป็นผู้นำมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใครก็ตาม ตนก็ยอมรับ นอกจากนี้ ได้ขอโทษสื่อสำหรับการกระทำที่ผ่านมา และขอบคุณที่ได้ติดตามทำข่าวมาโดยตลอดช่วงหาเสียง โดยหลังปิดหีบ คน กทม.จะทราบผลคะแนนที่น่าจะไม่แตกต่างกันทั้ง 50 เขต เพราะคน กทม.เลือกตั้งด้วยกระแส ซึ่งระหว่างก่อนเวลา 15.00 น. ตนจะใช้เวลาทำภารกิจส่วนตัวกับครอบครัว เพราะไม่ได้พบหน้าลูกมานาน
ส่วนนางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมบุตรชายทั้ง 2 คน คือ นายวิชชุ และ นายวินัย แสงพรศรีอรุณ เดินทางใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนสยามธุรกิจพาณิชยการ หน่วยเลือกตั้งที่ 5 แขวงพญาไท เขตราชเทวี พร้อมกล่าวว่า หลังจากใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ตนจะเก็บตัว และช่วงเวลาหลังปิดหีบจะเดินทางไปรอลุ้นผลการนับคะแนน ที่ศาลาว่าการ กทม. อีกครั้ง เพื่อต้องการให้แน่ใจว่าการนับคะแนนเป็นไปด้วยความโปร่งใส

ปลัดกทม.เชื่อคนกรุงใช้สิทธิเลือกผู้ว่าฯตามเป้า 70%

ปลัดกทม.เชื่อคนกรุงใช้สิทธิเลือกผู้ว่าฯตามเป้า 70%

ปลัด กทม.เชื่อคนกรุงใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯตามเป้า 70 เปอร์เซ็นต์ ยันทุกเขตโปร่งใสไม่มีสับเปลี่ยนหีบบัตร ระบุ รู้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการเที่ยงคืนนี้ เรียก ผอ. 3 เขตประชุมด่วน หลัง “จำลอง” ถูกจับ

(5ต.ค.) เวลา 08.00 น. นายพงศ์ศักดิฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งริมคลองวัดราชนัดดา ข้างศาลาว่าการกทม. โดยให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งวันนี้เชื่อว่ามีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์ตามที่กทม.ตั้งเป้าไว้ โดยหน่วยเลือกตั้งมีทั้งหมด 6,337 หน่วย ได้เปิดหีบพร้อมกันตามเวลาที่กำหนดบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ทั้งนี้ยืนยันจะไม่มีการสับเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งตามที่ผู้สมัครบางราย แสดงความกังวลเพราะทุกเขตมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทุกเขตแล้วและการเลือก ตั้งจะเป็นไปอย่างโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรม และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาไม่มีรายงานการกระทำทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากปิดหีบเวลา 15.00 น. แต่ละเขตสามารถทยอยส่งหีบบัตรได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. และสามารถทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายในเที่ยงคืนนี้
นายพงศ์ศักดิฐ์ ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิในช่วงเช้า เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าในช่วงบ่ายจะมีฝนตก 60 เปอร์เซนต์ของพื้นที่กทม. ส่วนที่มีฝนตกหนักทั่วพื้นที่กทม.เมื่อคืนที่ผ่านมาส่งผลให้มีน้ำท่วมขังใน พื้นที่ฝั่งตะวันออก เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอุปสรรค จากนั้นปลัดกทม.เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 ในวัดสุนทรธรรมทาน(วัดแคนางเลิ้ง) แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ปลัดกทม.ได้ไปตรวจ ความเรียบร้อย ปรากฎว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งภายในสำนักคณะกรรมกิจกรรม โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. เขตพญาไท พบว่ามีกำลังพลทหารมหาดเล็กจากกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ เดินทางมารอใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก
นายพงศ์ศักดิฐ์ เปิดเผยอีกว่า เวลา 11.00 น.จะเรียก ผอ.เขตทั้ง 3 เขต ได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย และดุสิต มาประชุมที่ศาลาว่าการกทม.เป็นการด่วน เพื่อประมวลสถานการณ์หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯเนื่องจากเกรงว่าผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนขบวนออกจากทำเนียบฯ ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อหน่วยเลือกตั้งบริเวณหน้า บช.น.ที่มีอยู่ 3 หน่วยเลือกตั้ง

ดร.แดนถือฤกษ์09.09น.ไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ

ดร.แดนถือฤกษ์09.09น.ไปใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ

“ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์” ถือฤกษ์ เวลา 09.09 น.ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

(5ต. ค.) เวลา 09.19 น. ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ หมายเลข 2 ได้สวมเสื้อเขียวตองอ่อน ซึ่งเป็นสีเดียวกับป้ายหาเสียง เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง 115 ตลาดมหาสิน สุขุมวิท 101/1 ซึ่งมีชื่อ ดร.เกรียงศักดิ์ ลำดับที่ 556 อยู่บ้านเลขที่ 14 ซ.วชิระธรรมสาธิต 32 แขวงและเขตบางนา กทม.
ดร.เกรียงศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ว่า ในเวันนี้ตนได้เตรียมพร้อมโดยเมื่อคืนหลับตั้งแต่ 21.00 น. และเดินทางออกจากบ้านที่ ถ.นางลิ้นจี่ ซ.4 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อมาลงคะแนน โดยตั้งใจว่าจะให้มาถึงหน่วยเลือกตั้งเวลา 09.09 น. เพราะตนเกิดวันที่ 9 ก.ย. แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้ถือเคล็ด โดยการเลือกตั้งวันนี้ในส่วนของการนับคะแนน กลุ่มอาสาสมัครและทีมงานของตนบางส่วนจะเฝ้าติดตามการนับคะแนนในเขตเลือกตั้ง ที่สำคัญๆ แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตนไม่รู้สึกกังวลเรื่องการนับคะแนนแต่อย่างใด ทั้งนี้หากผลนับคะแนนปรากฏว่าตนไม่ได้รับเลือกตั้ง ตนก็ยืนยันว่ายังจะขอทำหน้าที่เพื่อประโยชน์บ้านเมืองและประชาชนต่อไป ส่วนรูปแบบในการทำงานการเมืองโดยการลงสมัคร ส.ส. ส.ว. หรือการทำงานในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่การเมืองหรือไม่นั้น ขณะนี้ ตนยังไม่ได้ตัดสินใจ อนาคตจะเป็นอย่างไรต้องดูจากสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในขณะนั้น ว่าจะสามารถนำความรู้ประสบการณ์ที่มีอยู่ไปช่วยสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ และประชาชนได้สูงสุดอย่างไรบ้าง เวลานี้ตนคิดอย่างเดียวขอให้นับคะแนนแล้วได้เป็นผู้ว่าฯ
ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า การทำงานการเมืองจะต้องตัดสินใจเป็นวินาที เพราะสถานการณ์การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งตนไม่ได้คิดว่าจะต้องทำงานการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่อุดมการณ์ที่สำคัญของตนคือการช่วยแก้ปัญหาให้บ้านเมือง
ถามว่า หากจะต้องทำงานการเมืองโดยการลงสมัคร ส.ส. หรือส.ว. แล้วจะสังกัดพรรค หรือจะกลับไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เวลานี้การเมืองที่ปลอดพรรคน่าจะมีประโยชน์มากที่สุด แต่อย่างไรก็ดีตนยังไม่ได้คิดในเรื่องนั้น ซึ่งหากอนาคตจะต้องเสียสละเข้าไปทำงานการเมืองจริงๆ ก็ต้องดูว่าส่วนใดที่จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งตนเป็นมิตรกับทุกฝ่ายไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ตนจะเดินทางไปเฝ้าติดตามความคืบหน้าการนับคะแนนที่บ้านพัก ถ.นางลิ้นจี่ ต่อไป โดยยังไม่มีกำหนดที่จะเดินทางไปสถานที่อื่นแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอาณาจักร บุตรชายดร.เกรียงศักดิ์ ซึ่งมีรายชื่ออยู่ลำดับที่ 567 หน่วยเลือกตั้งที่ 115 ตลาดมหาสิน ปรากฏว่าช่วงเช้ายังไม่ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมบิดาแต่อย่างใด

ปลัดฯคาดผลเลือกผู้ว่าฯกทม.แถลงไม่เป็นทางการเที่ยงคืนนี้

ปลัดฯคาดผลเลือกผู้ว่าฯกทม.แถลงไม่เป็นทางการเที่ยงคืนนี้

ปลัดฯ กทม.มั่นใจประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ร้อยละ 70 แต่ยังห่วงสภาพอากาศ คาดแถลงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเวลา 24.00 น.

(5ต. ค.) นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประ จำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 637 ได้ทำการหน่วยตรวจนับบัตร และบรรจุอุปกรณ์ ได้แก่ เชือก ครั่ง บัตรเลือกตั้ง กรรไกร ลงหีบบัตรทุกหน่วย โดยวันนี้ (5 ต.ค.) เวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้รับหีบบัตรที่จัดเตรียมไว้แล้ว เพื่อไปประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมให้ประชาชนใช้สิทธิลงคะแนน ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ทั้งนี้หลังปิดหีบบัตรทุกหน่วยจะนำหีบบัตรส่งไปยังสถานที่นับคะแนนของแต่ละ เขต ตามเวลาที่กำหนดจากระยะทางใกล้ไกลของหน่วยเลือกตั้งแต่ละแห่ง
ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมแล้วสำหรับการใช้สิทธิของประชาชน ซึ่งมั่นใจว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิถึงร้อยละ 70 สิ่งที่ยังห่วงคือสภาพอากาศ โดยสั่งให้มีการเพิ่มเต็นท์ สถานที่นับคะแนนเพื่อให้ปกคลุมพื้นที่นับคะแนนไม่ให้ถูกฝน และไม่ให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย
ปลัดฯกทม. กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้ประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงเวลานับคะแนน ซึ่งจะมีตัวแทนผู้สมัครผู้ว่าฯ เดินทางมาสังเกตการณ์การนับคะแนน ทั้งนี้หลังปิดหีบบัตรแล้ว ตนจะแถลงเป็นระยะๆเกี่ยวกับการประมวลผลการนับคะแนน และคาดว่าจะแถลงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในเวลา 24.00 น.
ส่วนบรรยากาศที่ศาลาว่าการกทม.ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ส่วนกลางจะประ มวลผลคะแนนรวมจาก 50 เขต ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ได้จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบพร้อมแล้ว ส่วนบริเวณลานคนเมือง ด้านหน้าศาลาว่าการกทม.ได้ตั้งจอแอลอีดี ขนาดใหญ่ 2 จอ เตรียมพร้อมสำหรับการรายงานผลคะแนน และป้ายไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งจะขึ้นผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนได้ทราบอย่างทั่วกัน

ชูวิทย์ ชก วิศาลหลัง สัมภาษณ์รายการ ทางช่อง 3

visal_160.jpg
ชูวิทย์ ชก วิศาลหลัง สัมภาษณ์รายการ ทางช่อง 3

ชูวิทย์ ปรี๊ด ต่อย วิศาล กลางห้องส่งช่อง 3 เหตุถามไม่เข้าหู

ชูวิทย์ เดือด ต่อย วิศาล คว่ำกลางรายการข่าวภาคเที่ยง หลังฝ่ายผู้ประกาศข่าวเชิญออกรายการไม่พอใจในคำถามจุดเด่นจุดด้อยในการลง สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. หลังจบรายการต่อยเปรี้ยง ด้าน วิศาล ไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งความที่สน.ทองหล่อแล้ว ด้าน ชูวิทย์ รับต่อยจริง พร้อมแถลงข่าว 5 โมงเย็นวันนี้

เกิดเหตุโกลาหลขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 12.40 น. ที่ผ่านมาที่ห้องส่งข่าวช่อง 3 เมื่อผู้ประกาศข่าวช่อง 3 วิศาล ดิลกวณิช ผู้วิเคราะห์ข่าวช่อง 3 เชิญผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร เบอร์ 8

นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ มาออกรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ใน ช่วงโค้งสุดท้ายของการของการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่จะมาถึงในวันที่ 5 ต.ค. นี้ เบื้องต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะถ่ายทำรายการเองนายชูวิทย์ก็มีอาการไม่พอใจแล้วในคำถามหลายคำถาม และมีการถามถึงจุดเด่นจุดด้อยในการลงสมัครครั้งนี้ นายชูวิทย์มีอารมณ์โกรธอย่างชัดเจน และทันทีที่จบรายการ นายชูวิทย์มุ่งตรงเข้าต่อยนายวิศาลทันที ล่าสุดนายวิศาลได้เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และกำลังจะไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ

สำหรับวิศาล นั้นนับว่าเป็นนักวิเคราะห์ข่าว วัย 38 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีจาก ภาควิชาวิทยุโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต และ MBA เคยปฏิบัติงานประวัติการทำงานในฝ่ายผลิตรายการนอกสถานที่ ที่ ไอบีซี เคเบิลทีวี ผู้สื่อข่าววิทยุ ศูนย์ข่าวแปซิฟิก รอ.1-1008 นักข่าวสายเศรษฐกิจและไอที ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ปัจจุบัน อาชีพนักข่าวอิสระ วิเคราะห์ข่าวในรายการ “เช้าวันใหม่” กับ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ของช่อง 3 และ รายการ “บ่ายนี้มีคำตอบ” ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี อีกทั้งเปิดบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ บริษัท เมไก แมส มีเดีย ปัจจุบันแต่งงานแล้วกับ สินีนาฏ คุปตภากร

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ยอมรับแล้วว่าต่อยผู้ประกาศข่าวจริงเพราะถามกวน ไม่เข้าหู พร้อมแถลงข่าว 5 โมงเย็นวันนี้ อย่างไรก็ตามทาง บันเทิงออนไลน์ จะนำรายละเอียดมารายงานในลำดับต่อไป

ที่มา manager.co.th

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม. รุมถล่ม อภิรักษ์ อ่วมอรทัย คนบางขุนเทียนฟ้อง 10 คลองสวยทำทะเลบางขุนเทียนเน่า ประภัสร์ ได้ทีเล็งยกเลิก ชูวิทย์ ซัดโรงฆ่าสัตว์ กทม.ร้าง ทั้งที่ทุ่มงบ 940 ล้าน ลีน่าจัง จวก กทม.เสียท่าเอกชนประมูลป้ายโฆษณาได้แค่เศษเนื้อข้างเขียง ปชป.โวยหล่อเล็กถูกชกใต้เข็มขัด

เข้า สู่โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างเข้ม ข้น โดยบรรดาผู้สมัครตัวเก็งแต่ละรายต่างหันมาใช้กลยุทธ์โจมตี นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ หลังผลโพลล์คะแนนนำโด่งกว่าคนอื่น

เริ่มจากนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ลง พื้นที่ในย่านบางขุนเทียนชายทะเล โดยมีนายคงศักดิ์ ฤกษ์งาม ประธานชุมชนคลอง พิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน มาให้ข้อมูลปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่หาย ไป127 หลังคาเรือน ในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ โดยชาวบ้านต้องการใช้ภูมิปัญญา ชาวบ้านคือใช้ไม้ไผ่ปักกั้นเป็นแนวเขื่อน ไม่ใช่ไส้กรอกทราย เหมือน ที่ กทม.ศึกษาไว้เพราะหากถุงทรายแตกจะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้สัตว์ น้ำตายขณะที่โครงการ 10 คลองสวยน้ำใสของนายอภิรักษ์ที่ใช้น้ำดีดันน้ำเสีย ออกทะเลโดยไม่บำบัดก่อนทำให้สัตว์น้ำตายจำนวนมาก ส่วนถนนเทียนทะเลที่ก่อ สร้างมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ยังไม่มีวี่แววจะเสร็จ

นายประภัสร์กล่าวว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นเรื่องดี โดยในการแก้ ปัญหาต้องหารือร่วมกับจ.สมุทรปราการ และสมุทรสาครด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการ ผลักปัญหาจากกรุงเทพฯ ไปใส่จังหวัดอื่น ส่วนเรื่องน้ำเน่าเสียต้องจัดทำโรง บำบัดน้ำเสียและจะเลิกการดันน้ำเสียลงทะเล ขณะที่โครงการปรับปรุงถนนเทียน ทะเล ทราบว่ามีการใช้วัสดุก่อสร้างผิดสเปก ทำให้งานล่าช้า หากได้เป็นผู้ ว่าฯ กทม. จะตรวจสอบโดยเร็ว

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข8 นำสื่อมวลชนชมโรง ชำแหละและแปรรูปสัตว์กรุงเทพมหานคร ถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตหนองแขม ซึ่งเป็น โรงชำแหละบนพื้นที่ 50 ไร่ มูลค่า 940 ล้านบาท และสร้างเสร็จเมื่อ ปี 2549 แต่ขณะนี้ยังเปิดดำเนินการไม่ได้เพราะไม่มีเอกชนเข้ามารับสัมปทานใน ราคาที่ กทม.ตั้งไว้สูงถึง 940 ล้านบาท ในเวลา 15 ปี ทำให้มีโรงชำแหละ เถื่อนมากมายนับร้อยแห่ง

นายชูวิทย์กล่าวว่าหากได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ จะมาดูแลให้ถูกต้องถูก สุขอนามัย  และลดราคาให้เอกชนในราคาที่เอกชนจะเข้ามาดำเนินการได้จริงในราคา ประมาณ500-600 ล้านบาท

นายชูวิทย์ยังกล่าวถึงกรณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการพูดของตนเป็นการโจมตีนาย อภิรักษ์ว่าการที่นายองอาจขู่แสดงว่านายองอาจกลัวที่ตนกล้าเปิดเผย ข้อมูล และในวันที่1 ตุลาคมยืนยันว่าจะเปิดข้อมูลเรื่องรถ-เรือดับเพลิงแน่ นอน แต่ไม่ต้องหวังว่าจะเห็นใบเสร็จ เพราะไม่มีใบเสร็จ แต่ยังไม่เปิดเผย สถานที่แถลง เพราะเกรงถูกขัดขวาง

ขณะที่นางลีนา จังจรรจา หรือลีน่า จัง ผู้สมัครหมายเลข 7 นำสื่อ มวลชนดูป้ายโฆษณาบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียน จากบริษัทว่าป้ายโฆษณาของ กทม. มีการเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทเอกชนมีรายได้ ถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่กทม.กลับมีรายได้จากป้ายโฆษณาเพียง 90 ล้านบาท และ ยังพบข้อร้องเรียนการจ่ายสินบนกว่า300 ล้านบาท จึงอยากเรียกร้องให้ ปลัด กทม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อปกป้องผล ประโยชน์ของ กทม. และไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ เพราะให้ทีมงานตรวจสอบข้อมูลแล้ว

นางลีน่า จัง กล่าวอีกว่าในช่วงโค้งสุดท้ายได้คิดยุทธวิธีการหา เสียงแบบวันต่อวันเพื่อไม่ให้ตรงหรือซ้ำผู้สมัครคนอื่น แต่ไม่ขอเปิด เผย เพราะเกรงถูกเพื่อนผู้สมัครเลียนแบบ โดยเฉพาะนายชูวิทย์ ที่มักนำความ คิดของตนไปใช้เสมอเช่น การเดินทางไปโรงฆ่าสัตว์ของ กทม.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม .พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกมาแฉของนายชูวิทย์ว่าไม่หวั่นไหวในคำ พูดของนายชูวิทย์ โดยคดีรถดับเพลิงได้มีหลายองค์กรตรวจสอบ ซึ่งไม่มีองค์กร ใดชี้ว่านายอภิรักษ์ทำผิด ไม่ว่านายชูวิทย์จะแฉอะไรก็ไม่มีผลต่อคะแนนนิยม ของนายอภิรักษ์ เพราะถ้าประชาชนไม่มั่นใจนายอภิรักษ์ก็คงไม่มีคะแนนนำในผล สำรวจทุกสำนัก

นายองอาจกล่าวอีกว่าขณะนี้มีผู้สมัครบางคนใช้กลยุทธ์ชกใต้เข็มขัดโดย นำเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องในครอบครัวของนายอภิรักษ์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ การบริหาร หรือนโยบายมาใส่ร้ายป้ายสีนายอภิรักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร ทำ จึงขอเรียกร้องให้นำเสนอเนื้อหานโยบายมากกว่าส่วนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 เปิดแถลงนโยบายด้านการจราจรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ โดยจะแก้ไขปัญหาโครงสร้างระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบ ซึ่งเป็นการสานต่อ นโยบายเดิมให้เสร็จ ทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลมจะแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2552 ส่วนสายสุขุมวิท จะแล้วเสร็จในปี 2553 ส่วนต่อขยายสายอื่นๆ คาด ว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี พร้อมยืนยันจะเดินหน้าโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษบีอา ร์ที โดยตั้งเป้าจะดำเนินการ 6 เส้นทาง แม้จะถูกตรวจสอบจากกรมสอบสวนคดี พิเศษก็ตาม และจะปรับเส้นทางรถโดยสารไม่ให้ทับซ้อนกับเส้นทางรถไฟฟ้า รวม ทั้งจะเพิ่มท่าเรืออีก 14 ท่า พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบท่าเรือให้มีความ สวยงามร่มรื่น

ส่วนกรณีที่ถูกโจมตีอย่างหนักนายอภิรักษ์ ระบุว่า มีขบวนการโจมตี อย่างรุนแรงเห็นได้จากกรณีป้ายหาเสียงถูกทำลายจำนวนมาก แต่เชื่อว่าประชาชน ที่ติดตามการหาเสียงไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หรือเวทีแสดงวิสัยทัศน์คง เห็นเจตนาของผู้สมัครแต่ละราย และใช้วิจารณญาณดูว่ามีความเชื่อมโยงหรือฮั้ว กันอย่างไรและอยากเรียกร้อง กกต.ตรวจสอบเพื่อให้การหาเสียงอยู่ในกรอบของ กฎหมาย

ที่มา คมชัดลึก

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

เมื่อ วันที่ 29 ก.ย. ที่พรรคพลังประชาชน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานรองผู้ว่าฯและที่ปรึกษา ว่า ทีมงานด้านเศรษฐกิจนำโดย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เนื่องจากมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มหาภาค ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทีมงานด้านการก่อสร้างโยธา ได้แก่ นายสุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ มีนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด จะนำความรู้มาช่วยงานด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้ในการพัฒนาบริหาร กทม.

ทางด้านการศึกษา มี น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ดูแลด้านการศึกษา ขณะนี้ศึกษาต่อปริญญาเอกคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับงานด้านการบริหารงาน กทม.ได้แก่ นายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ ส.ก.เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. และนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.เขตห้วยขวาง อดีตรองประธานสภา ทั้งสองคนมีประสบการณ์ และรู้ข้อมูลการบริหารงานของ กทม.เป็นอย่างดี โดยในวันที่ 3 ต.ค. จะมีการปราศรัยใหญ่ที่สนามหลวง จะมีการเปิดตัวทีมงานทั้งหมดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เย็นวันเดียวกัน ที่สวนลุมพินี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเปิดตัวทีมงานรอง ผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา รวม 18 คน โดยมีนักวิชาการและคนดังเข้าร่วม อาทิ ฝ่ายสาธารณสุข มี นพ.เฉก ธนะศิริ, พญ.ชนิกา ตู้จินดา นพ.พูนไทย จินอนัตวิทยา, ฝ่ายกีฬาและสวัสดิการ นางนวลพรรณ ล่ำซำ, ฝ่ายศึกษา นายวรากรณ์ สามโกเศศ, ฝ่ายโยธา นายต่อตระกูล ยมนาค, ฝ่ายเศรษฐกิจ นายสมชาย ภคภาควิวัฒน์ นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นางสาวการดี เลียวไพโรจน์ นายแทนคุณ จิตอิสสระ, ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม นายปรีชา เถาทอง เป็นต้น.