ข่าวสาร Update recipes
จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย เลือกตั้งผู้ว่า กทม

จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย
เมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ย. 51 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พร้อมด้วย ส.ส. ส.ก. สข. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมงานปล่อยขบวนรถแห่ หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายก่อนที่ถึงวันลงคะแนน 5 ตุลาคม โดยนายอภิรักษ์กล่าวว่า ขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือก ตั้ง ซึ่งรถแห่ทั้ง 50 คันนี้จะได้มีการประชาสัมพันธ์หาเสียง จนถึงช่วงเย็นของวันที่ 4 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม โค้งสุดท้ายของการหาเสียงมีการโจมตีตนอย่างหนัก แม้แต่เมื่อขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่หนี พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ 1 แต่ตนทราบมาว่ามีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆได้ใช้วิธีการโจมตีนาย อภิรักษ์ ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้น เหลืออีก 7 วัน จึงขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิกประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนัก เพื่อชัยชนะของนายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของประชาชนกรุงเทพมหานครทุกคน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันค่ำวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายอภิรักษ์ โดยมีแกนนำของพรรคเข้าร่วมหลายคน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรค กล่าวปราศรัยว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีคู่แข่งอยู่ 2 คน คือ นายอภิรักษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายประภัสร์ จากพรรคพลังประชาชน เพราะ กทม.เป็นมหานครที่ใหญ่เกินกว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนเดียวจะทำงานได้ หากไม่มีเครือข่าย ไม่สังกัดพรรค ไม่มี ส.ก. หรือ ส.ข. ทำหน้าที่รับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อมานำเสนอผู้บริหารนำไปแก้ไข
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. ที่จะมีผู้สมัครคนหนึ่งแฉเรื่องทุจริตโครงการรถดับเพลิง กทม. พรรคไม่กลัว และเชื่อคงไม่มีไม้เด็ด อะไร เพราะหากมีจริงคงพูดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว และ ขอเตือนว่าการจะออกมาพูดดังกล่าวอาจจะเป็นครั้ง สุดท้าย เพราะไม่มีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งอีก.
ที่มา ไทยรัฐ
โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก
ลือป้ายประชาสัมพันธ์มีชื่ออภิรักษ์ ทำพิษผอ.ปชส. ส่อถูกเด้งเป็นผู้ตรวจฯ อภิรักษ์ เจออีกจับผิดใช้ภาพของหลวงทำป้ายหาเสียง
บรรยากาศ เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ การหาเสียงเริ่ม คึกคัก ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ เจอเรื่องร้องเรียนทุกสัปดาห์ กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร หมายเลข 8 เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(กกต. กทม.) และกกต.กลางเพื่อให้สอบสวนกรณีป้ายประชาสัมพันธ์ของ กทม.มีชื่อนาย อภิรักษ์ติดอยู่ซึ่งถือเป็นการโฆษณาหาเสียงแฝง นายพงศ์ศักติฐ์ เส มสันต์ ปลัด กทม.ได้มอบหมายให้นายรัฐพลมีธนาถาวร รองปลัด กทม.สั่งเก็บป้าย ดังกล่าวออกหมดแล้วขณะเดียวกันนายรัฐพล ได้สั่งให้กองประชาสัมพันธ์ และ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่าทั้งนี้ผู้บริหาร กทม.เห็นว่าในส่วนของกองประชา สัมพันธ์ถือว่าเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ โครงการของ กทม.ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งแม้จะเป็นเจ้าของป้าย ทั้งป้าย ประชาสัมพันธ์บนถังขยะ ป้ายประชาสัมพันธ์ในศาลาที่พักผู้โดยสาร แต่ก็ไม่ได้ ให้สัมปทานแก่เอกชนติดตั้ง ดังนั้นกองประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นผู้สั่งเก็บ ป้ายหลังจากที่นายอภิรักษ์ หมดวาระผู้ว่าฯ กทม.ทันทีแต่ไม่ได้ดำเนินการ
ดังนั้นจึงมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารกทม.จะสั่งโยกย้ายผู้อำนวย การ(ผอ.) กองประชาสัมพันธ์ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ขณะเดียวกันหาก กกต.สอบสวน แล้วพบว่าข้าราชการไม่เก็บป้ายเพราะเอื้อประโยชน์ให้นายอภิรักษ์อาจมีความ ผิดตามมาตรา 60 กรณีข้าราชการผู้ใดวางตัวไม่เป็นกลางระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีรูปข้าราชการกทม.ไปปรากฏในป้ายหาเสียงของ นายอภิรักษ์3 รูปได้แก่ รูปขี่จักรยาน รูปนั่งเรือ และรูปเดินบนสะพานตรวจ น้ำท่วม ซึ่งข้าราชการยืนยันว่าไม่ได้ยินยอมให้นำรูปไปใช้ในการหาเสียง แม้ ทีมงานนายอภิรักษ์ จะเก็บป้ายบางส่วนออกไป แต่เมื่อมีผู้ร้องมา กกต.ก็ต้อง มาสอบถามข้อมูลซึ่งภาพทั้งหมดน่าจะเป็นรูปจากกองประชาสัมพันธ์ อาจเข้าข่าย ใช้สมบัติของราชการไปใช้หาเสียง หรืออาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง นี้มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองกรณีนี้ กกต.อาจพิจารณาให้ใบเหลืองนายอภิรักษ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ซึ่งทำให้นายอภิรักษ์เองต้องชดใช้ค่า ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเป็นเงิน 158 ล้านบาท
ที่มา คมชัดลึก
ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล
ชูวิทย์ เข้าขอพร สมเด็จเกี่ยว เปรียบตัวเองเป็นองคุลีมาลกลับใจ เผยนโยบายจัดงบพิเศษบำรุงศาสนสถานและโบราณสถานเก่าแก่ทั่วกรุง ปัดตอบแก้ปัญหาคนเร่ร่อนสนามหลวง
นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 ได้เข้านมัสการ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) ที่วัดสระเกศเพื่อขอพรในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 5 ตุลาคม โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า ตนเปรียบเหมือนองคุลี มาลกลับใจ อยากจะมาขอทำงานรับใช้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ให้พรพร้อมพรมน้ำมนต์ให้นายชูวิทย์แถลงถึงนโยบายพัฒนากทม.ให้เป็นเมือง น่าท่องเที่ยวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะจัดสรรงบพิเศษเพื่อใช้ใน การทำนุบำรุงวัดโบสถ์ มัสยิด รวมไปถึงโบราณสถานที่เก่าแก่และมีคุณค่าทั่ว พื้นที่ กทม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศ และสร้างรายได้ให้คน กทม.
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจนในมาตรการจัดการคนเร่ ร่อนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ เช่น พื้นที่สนามหลวง ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระ จันทร์ นายชูวิทย์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ และปิดการแถลงข่าวเดินเลี่ยงผู้สื่อ ข่าวไปทันที
ที่มา คมชัดลึก
ผู้สมัครผู้ว่าฯเอาใจชาวสลัม ไม่รื้อถอน-ตีทะเบียนบ้านให้
ผู้สมัครผู้ว่าฯเอาใจชาวสลัม ไม่รื้อถอน-ตีทะเบียนบ้านให้
ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หาเสียงโค้งสุดท้ายรับปากไม่รื้อถอนสลัมออกจากเมือง และพร้อมออกทะเบียนบ้านแถมผลักดันสิทธิด้านต่างๆ ให้เต็มที่
คณะ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายสลัม 4 ภาคจัด อภิปรายสาธารณะเรื่อง “เปิดพื้นที่คนจนเมือง เปิดวิสัยทัศน์ด้านชุมชน แออัด” ที่ห้องประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายอภิรักษ์โกษะ โยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวยืนยันว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะ ไม่มีนโยบายรื้อถอนสลัมออกจากเมืองและจะดำเนินการสำรวจจำนวนผู้อยู่อาศัยภาย ในชุมชนอย่างชัดเจน และให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการอื่น อาทิ โอกาสทางการ ศึกษาเรียนฟรีในโรงเรียนสังกัด กทม. และได้รับแบบเรียนอุปกรณ์การเรียน อื่น บริการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเน้นการ มีส่วนร่วมของประชาชน ผลักดันให้ได้รับสิทธิ และทะเบียนบ้าน
นาย เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ยืนยันจะไม่มีการรื้อถอน สลัมออกจากเมืองและเพิ่มการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการไม่เสียค่าใช้จ่ายในการ โดยสารรถประจำทาง และเสนอจัดให้มีบุฟเฟ่ต์อาหารสำหรับคนยากไร้ เนื่องจากพบ ว่าค่าใช้จ่ายของผู้ยากไร้ส่วนใหญ่ร้อยละ 50 เป็นค่าอาหารอีกร้อยละ 20 เป็น ค่าเดินทาง
นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวว่าหากได้ เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะสนับสนุนให้เกิดพ.ร.บ.พิเศษที่จะเป็นการออกระเบียบการ อยู่อาศัยในชุมชน ทั้งกายภาพทำให้เกิดการปฏิบัติ และอยู่ได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมาย มีการอนุรักษ์ชุมชนเก่า พร้อมสนับสนุนให้เกิดการออกทะเบียนบ้านใน ชุมชน และทะเบียนบ้านชั่วคราวให้แก่ผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง
นางลีนาจัง จรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 กล่าวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดีร่ำรวยเหมือนตน โดยสนับสนุนให้มีการตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อ ส่งออก และดูแลด้านสวัสดิการอื่น ทั้งอัตราค่าโดยสาร 88 บาทและการขึ้นเรือ ด่วนฟรี
ที่มา คมชัดลึก
อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต
อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต
ปชป.ปล่อยรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายอภิรักษ์ ลั่น7 วันที่เหลือพร้อมชนคู่แข่งกลางเวทีดีเบตทุกงาน ด้าน อภิสิทธิ์ โวยคู่แข่งโจมตีใส่ร้าย ปลุก ส.ส.-ส.ก.ช่วยหาเสียง
เวลา08.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วม งานปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันลง คะแนนเลือกตั้ง5 ตุลาคมนี้
นายอภิรักษ์กล่าวว่าขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยอม รับว่ามีการโจมตีตนอย่างหนัก ไม่เว้นแต่การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ขอยืนยัน ว่าตนจะไม่หนีเวทีดีเบต พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ผลสำรวจจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ หนึ่ง แต่ตนทราบมาว่าได้มีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆ ใช้วิธีการโจม ตีนายอภิรักษ์ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้นเหลืออีก 7 วันอยากให้ใช้ความทุ่มเทเอา ความจริงไปสู้ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิก ประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนักเพื่อชัยชนะของ นายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของชาว กทม.ทุกคน
ที่มา คมชัดลึก
คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
อีกแค่1 สัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง น่าสนใจไม่น้อยว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 4 ล้านคน กลุ่มอายุระดับใด ที่มีพลังทางการเมือง ชี้เป็นชี้ตายผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ต้องยอมรับกันว่าสถานการณ์บ้านเมือง และสถานการณ์การเมือง กลบ บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไปหมด
ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ทั้ง 16 คน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กร่อย
แน่นอนครับว่าสถานการณ์และบรรยากาศของบ้านเมืองวิกฤติและเข้มข้น อย่างนี้ คนที่ได้เปรียบที่สุด ย่อมต้องเป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในฐานะเป็น อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ชาว กทม.จดและจำได้ดี เพราะอยู่จนครบวาระ
หรือผลการสำรวจความนิยมจากโพลล์หลายสำนักตั้งแต่ก่อนเปิดรับสมัคร หรือหลังมีผู้สมัครครบทั้งหมด การสำรวจความนิยมอภิรักษ์ ก็ยังเป็น เต็งหนึ่ง
แต่ระยะเวลาที่เหลือแค่1 สัปดาห์ โอกาส พลิกผัน ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอเพราะคนกรุงเทพฯ มักจะตัดสินใจเลือก ผู้ว่าฯ กทม.ในสัปดาห์สุดท้าย
ตรวจสอบ เสียง ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกลุ่มอายุ พบว่าแต่ละกลุ่มอายุนั้น ช่วงวัยไหนมีฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด
ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวกรุงเทพมหานคร มีอยู่ประมาณ 4.1 ล้านคน หรือเกือบ 4.2 ล้านคน
กลุ่มแรก ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยใสอายุ 18-19 ปี ส่วนใหญ่จะ เป็นนิสิต นักศึกษา เป็นวัยที่เพิ่งจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง ตรวจสอบฐานอย่างไม่ เป็นทางการ มีประมาณ 1.5 แสนคน
ถามว่าขาโจ๋-วัยใส จะเป็นพลังชี้ขาดผลการเลือกตั้งได้หรือไม่?
ต้องบอกว่า…ยังไม่ได้?เป็นได้แค่ ตัวเสริมคะแนนเสริม เพราะ ในจำนวน1.5 แสนคน ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยนี้ ส่วนใหญ่มักนอนหลับทับ สิทธิ์ ความสนใจการเมืองการเลือกตั้งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ยิ่งมาเจอสถานการณ์การ เมืองกลบกระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาจจะต่ำเกินกว่าเกณฑ์ปกติ ทุกยุคทุก สมัย วัยใส-ขาโจ๋ มาใช้สิทธิ์แค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ส่วนกลุ่มคนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกินกว่า50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม.ตามกลุ่มอายุ
ช่วงอายุ20-30 ปี 943,620 คน
ช่วงอายุ31-40 ปี 975,612 คน
ช่วงอายุ41-50 ปี 936,836 คน
ช่วงอายุ51-60 650,627 คน
ช่วงอายุ61-70 295,536 คน
ช่วงอายุ71 ปีขึ้นไป 231,909 คน
จากตัวเลขฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จัดช่วงระดับอายุแบบ 10 ปี โดยแบ่ง 20-30 ปี / 31-40 ปี / 41-50 ปี / 51-60 ปี และ 61 ปีขึ้นไป
มาจนถึงวันนี้จะเห็นได้ว่ากระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปลุกไม่ ขึ้น เพราะถูกกระแสการเมืองใหญ่กลบหมด ดังนั้น ผู้สมัครแต่ละคนจึงพยายาม มุ่งมาที่กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุด ซึ่งนั่น ก็คือกลุ่มคนในวัยทำงานอายุ 31-60 ปี
และคนในวัยไม่เกิน60 ปี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัย ตั้งแต่ 31-40 ปี คือกลุ่มผู้มีคะแนนเสียงมากที่สุด คือประมาณ 9.7 แสน คน ซึ่งคนวัยนี้เป็นคนวัยทำงาน มีเหตุ มีผล/เป็นคนวัยที่มีวิจารณญาณในการ เลือกตั้ง ไม่เอนเอียงไปตามกระแส
ถ้าตรวจสอบนโยบายผู้สมัครที่เป็นตัวเต็ง3-4 คน ไม่ว่าจะ เป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ชูวิทย์ กมลวิ ศิษฎ์ และ ประภัสร์ จงสงวน ช่วงนี้แต่ละคนก็พยายามออกแคมเปญ หวังจะเจาะฐาน เสียงคนวัยทำงานเหล่านี้
อภิรักษ์บอกว่า เลือกอภิรักษ์ เลือกกรุงเทพฯ แห่งอนาคต
ชูวิทย์ มีสไตล์ดุดัน…ถือกล้องส่องทางไกลและบอกว่าผมมองเห็นปัญหาให้โอกาส ชูวิทย์ หรือ ปัญหาอยู่ที่ไหนผมอยู่ที่นั่น
ส่วนดร.แดน แคนดู-เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เจ้าของ 300 นโยบาย บอกว่า จะสร้างกรุงเทพฯด้วยปัญญา
และ ประภัสร์ จงสงวน มีคำขวัญสั้นๆ ว่า คิดใหม่ทำเร็ว พูดจริง ทำได้
คะแนนที่จับต้องได้สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หนนี้ คงไม่อาจหลีกหนี คนวัยทำงาน ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะชี้ขาดต่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม. 2551 แยกตามวัย-เพศ
ประชากรกทม. 5,716,248 คน มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4,164,371 คน
1.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำแนกตามเพศ
1.1 ชาย คน 1,948,818
1.2หญิง คน2,215,553
รวม4,164,371 คน
2.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแยกตามช่วงอายุ
2.1 อายุ 0-17 ปี 1,312,364 (ยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง)
2.2ช่วงอายุ 18 ขึ้นไป 150,006
2.3ช่วงอายุ 20-30 943,620
2.4 ช่วงอายุ 31-40 975,612
2.5ช่วงอายุ 41-50 936,836
2.6ช่วงอายุ 51-60 650,627
2.7ช่วงอายุ 61-70 295,536
2.7ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป 231,909
(ข้อมูล อย่างไม่เป็นทางการ ณ ธันวาคม 2550 ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)
ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเกินผู้มีสิทธิ์
ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเกินผู้มีสิทธิ์
ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ ด้าน ชูวิทย์ ดันนโยบายช่วยเหลือคนด้อยโอกาส “ลีน่า จัง” เดินทางไปรับศพหัวหน้าทีมหาเสียงรับเป็นเจ้าภาพ 3 วันก่อนทำการฌาปนกิจ
นาย ประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงประชาชนที่ตลาดด้านหลังบริษัท การบินไทย ถนนวิภาวดี โดยเปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า จากที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ล่าสุดตนยังเป็นรองนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ตนไม่ค่อยสนใจเรื่องการทำโพลล์ เพราะเป็นเพียงการสำรวจกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเท่านั้น
นายประภัส ร์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ มีความกังวลถึงความโปร่งใสในการนับคะแนน เพราะทราบมาว่ามีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาก เกรงว่าจะมีการกระทำทุจริตการเลือกตั้งได้ จึงอยากฝากถึงประชาชนว่าท่านต้องมีศักดิ์ศรี ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส อย่ากลัวว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งแล้วจะไม่เจริญก้าวหน้า
ด้านนายชู วิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 เข้าหารือกับนายบรรจง โซ๊ะมณี อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปี 2534 ประธานมูลนิธิเพื่อคุณธรรม เพื่อร่วมหาแนวทางทำนโยบายช่วยบุคคลด้อยโอกาสและคนชรา
นายชูวิทย์ กล่าวว่า มีนโยบายที่จะช่วยผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะคนชราที่อาศัยอยู่ตามสถานรับเลี้ยง หรือมูลนิธิรับเลี้ยง โดยจะจัดงบประมาณพิเศษของ กทม.ให้ ปีละ 5-10 ล้านบาทต่อปี และจะประสานกับหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบันก็จะได้รับการดูแล พัฒนาให้เหมาะสม จะไม่ทำอย่างผู้ว่าฯ กทม.คนก่อนๆ อย่างไรก็ตามการที่ตนมาหารือกับนายบรรจง ไม่ได้มาทาบทามเพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.หรือคณะทำงานที่ปรึกษา
ส่วน นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 เมื่อวันที่ 26 กันยายน เดินทางไปรับศพนายธีระศักดิ์ ศิตานนท์ หัวหน้าทีมงานหาเสียงของตนเองที่จมน้ำคลองสามวาระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมักกะสัน โดยนางลีนาจะเป็นเจ้าภาพ 3 วันก่อนทำพิธีฌาปนกิจ พร้อมยืนยันยังคงเดินหน้าหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ แต่จะระมัดระวังมากขึ้น
ที่มา คมชัดลึก
ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ปลัด กทม.กระตุ้นคนกรุงเลือกผู้ว่าฯ ดึงวินมอเตอร์ไซค์เป็นแนวร่วม ขณะที่ผลการสำรวจพบคนกรุงยังสนับสนุนนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อ
นาย พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิน จยย.หลักสี่ทุกคน รณรงค์เลือกผู้ว่าฯ กทม.” บริเวณหน้าห้างไอที สแควร์ หลักสี่ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจากเขตหลักสี่ และจตุจักร กว่า 500 คน จาก 81 วิน มาร่วมกิจกรรม พร้อมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัว “มิสวิน จยย.คนแรกของประเทศไทย” ทุกคนได้ร่วมกันชูป้ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปตามจังหวะ เพลง “กรุงเทพมหานคร” และหลังจากนี้ทุกคนจะร่วมเชิญชวนรณรงค์ให้ผู้โดยสารและประชาชนไปเลือกตั้งใน วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้
ด้านธุรกิจบัณฑิตย์โพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สำรวจความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ 1,742 คน เมื่อวันที่ 23- 24 กันยายน เกี่ยวกับการออกเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. พบว่าชาว กทม.ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างแน่นอนมีถึงร้อยละ 54.6 ทั้งนี้ มีชาว กทม.ที่จะเลือกนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่ออีกสมัยหนึ่งถึงร้อยละ 47.5 เลือกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 18.2 เลือกนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ร้อยละ 12.5 และเลือกนายประภัสร์ จงสงวน ร้อยละ 8.6 โดยพบว่านายอภิรักษ์ มีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ถึงร้อยละ 64.6 รองลงมาคือนายชูวิทย์ ร้อยละ 11.7 นายเกรียงศักดิ์ ร้อยละ 10.5 และนายประภัสร์ ร้อยละ 5.3
ที่มา คมชัดลึก
4 แคนดิเดตดีเบตตลาดกทม. [27 ก.ย. 51 - 04:23]
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 06.30 น. ที่ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ มีการจัดแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.นโยบายพัฒนาตลาด กทม. นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า จะทำตลาดให้สะอาดปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขมาตรวจคุณภาพของอาหาร สินค้าต่างๆ ตลาดใดที่ได้ผ่านเกณฑ์ประเมินจะเป็นที่นิยม จะสนับสนุนให้หาบเร่ แผงลอย ขายได้ทุกวัน แต่ต้องมีการจัดระเบียบ
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวว่า จะพัฒนาตลาดใหญ่ๆให้มีคุณภาพเท่าห้างบิ๊กซี หรือเทสโก้ โลตัส โดยจะเน้นความสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ ส่วนหาบเร่แผงลอยนั้น จะไม่มีการจับปรับอีกต่อไป แต่จะต้องควบคุมความสะอาดและจะส่งเสริมให้ขายได้ทุกวัน
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 กล่าวว่า ตลาดใหญ่ทั่ว กทม. อาทิ ตลาดเทเวศร์ ที่ยังขาดการบำรุงรักษา ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง กลิ่นเหม็น การระบายลงสู่คลองใกล้เคียง ตนจะเข้ามาพัฒนาสิ่งที่บกพร่อง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ค้าที่อยู่ในตลาดกับเจ้าหน้าที่ของ กทม. บวกกับนโยบายพัฒนาแก้ปัญหาตลาดที่ยังสกปรกไม่ได้มาตรฐาน
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวว่า จะสานต่อโครงการตลาดสดน่าซื้อ โดยจะเน้นการนำระบบขนส่งโลจิสติก รับ-ส่งสินค้าเข้ามาใช้ โดยจะให้มีการขนส่งตอนกลางคืน เพื่อให้สินค้ามีความสดใหม่ โดยผู้ค้าไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมียืดอายุความสดของสินค้า นอกจากนั้นจะส่งเสริมให้ประชาชนเขตนอกเมือง กทม. เช่น หนองจอก ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อส่งมาขายยังพื้นที่ชั้นในของ กทม.
หลากสไตล์หาเสียง โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.

หลากสไตล์หาเสียง โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.
จากสุดสัปดาห์นี้ก็จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานครแล้ว
อีก 7 วันที่เหลือ ก่อนจะถึงการหย่อนบัตรลงคะแนนในวันที่ 5 ต.ค.นี้ บรรดาผู้สมัครทั้งหลายคงต้องงัดกลยุทธ์ในการหาเสียงออกมาใช้กันอย่างเต็มที่ เพื่อเรียกเรตติ้งให้กับตัวเองในช่วงโค้งสุดท้าย
จากการตรวจแนวทางการหาเสียงของผู้สมัครที่เป็นแคนดิเดตคนสำคัญในการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ ไล่เรียงไปตามหมายเลข
โดย นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ยังยืนยันที่จะใช้นโยบายเป็นทีเด็ดมัดใจคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะมีถึง 300 นโยบายครอบคลุมปัญหาในกรุงเทพฯ ถึง 10 ด้าน
โดยจะเน้นไปที่เรื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงและชานเมือง
โดยดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายของตนนั้นค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบ และมีประ โยชน์แต่ในช่วงโค้งสุดท้าย คงจะเน้นไปที่เรื่องนโยบายป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง โดยตนมีความคิดที่จะทำสะดือกรุงเทพฯ เพื่อเป็นจุดรับน้ำโดยจะทำในทุกพื้นที่ที่เป็นที่ต่ำ ทำคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และจะขุดลอกคลองทั้งหมดให้ระบายน้ำได้ง่าย หรือจะเป็นนโยบายหาบเร่ที่ให้ขายของได้ 7 วัน ซึ่งตนคิดว่านี่ไม่ใช่นโยบายหาเสียงแต่เป็น นโยบายเห็นใจ รวมถึงนโยบาย T zone ซึ่งเป็นโซนสำหรับวัยรุ่น โดยจะจัดที่สาธารณะสำหรับเด็ก จะได้มีโอกาสได้เล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือแสดงศิลปะกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งก็มีงบประมาณไว้ในส่วนนี้แล้ว
ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ยังจะลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนักเช่นเดิม และจะมีการปราศรัยใหญ่อีก 2 ครั้ง คือในวันที่ 28 ก.ย. ที่สวนจตุจักร และครั้งสุดท้ายในวันที่ 3 ต.ค. ที่สวนลุมพินี
“ทั้งนี้ อยากให้ชาวกรุงเทพฯ พิจารณานโยบายที่ตนเสนอไปก่อนตัดสินใจ เพราะว่าตนจะตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง และที่สำคัญตนทราบว่ายังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยประมาณ 69 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เพราะฉะนั้น ผมจึงขออาสาที่จะทำให้กรุงเทพฯ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” นายเกรียงศักดิ์กล่าว
สําหรับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนนิยมนำมาอยู่คนเดียว ก็หวังโกยคะแนนแบบนำโด่งลากยาวต่อจนเข้าวิน
โดยนายอภิรักษ์บอกว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายจะพยายามหาเสียง โดยจะเน้นชูนโยบายเจาะลงไปในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี หรือกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น โดยจะมีทีมงานใน 50 สำนักงานเขตช่วยลงพื้นที่เพื่อหาเสียงอีกทางหนึ่ง
สำหรับนโยบายเจาะกลุ่มวัยรุ่นนั้น จากการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มคนดังกล่าวทั้งที่จุฬาฯ หอศิลป์กรุงเทพฯ หรือแม้แต่ย่านสยามเซ็นเตอร์ ต่างก็ต้องการพื้นที่เพื่อแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์กีฬาเพื่อให้วัยรุ่นได้ออกกำลังกาย จัดตั้งทีนเซ็นเตอร์ หรือ Edutainment ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ส่งเสริมให้ได้แสดงออกทางความคิดและความสามารถอย่างสร้างสรรค์
“ที่สำคัญจะต้องมีการสร้างคุณธรรมควบคู่ไปด้วย เช่น โครงการธรรมะในสวน เพื่อปลูกจิตสำนึกและสร้างธรรมะในใจให้เกิดขึ้น หรือแม้แต่โครงการกรุงเทพฯ อาสา ที่จะเชิญชวนคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานด้านจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น” นายอภิรักษ์ กล่าว
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายในกลุ่มสตรีจะเน้นเรื่องของความปลอดภัย ไล่ตั้งแต่การติดตั้งไฟส่องสว่าง ติดตั้งกล้องซีซีทีวี จัดตั้งอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ จะสร้างอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้านในแต่ละชุมชน หรือแม้แต่การตั้งศูนย์ให้คำแนะนำเพื่อดูแลสุขภาพให้กับคนกลุ่มนี้ด้วย
ในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุนั้น นอกเหนือไปจากการจ่ายเบี้ยเลี้ยงยังชีพให้แล้ว ยังจะจัดสวัสดิการ เช่น จัดหน่วยแพทย์พยาบาลออกตรวจเยี่ยมสุขภาพกันถึงในชุมชน หรือแม้แต่การสร้างอาชีพโดยการดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเป็นอาสาสมัครดูแลห้อง สมุดของกทม.หรือหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นต้น
นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระแสเรียกคะแนนคนกรุงเทพฯ ช่วงโค้งสุดท้ายนั้น คงจะต้องเร่งรณรงค์ให้คนกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ถึงร้อยละ 70 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งเป้า ซึ่งถ้าคนกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิ์กันมาก ก็จะช่วยให้คนกรุงเทพฯ ได้ผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากเสียงส่วนใหญ่
“บางคนเห็นว่าโพลหลายสำนักให้ผมมีคะแนนนำ และพากันคิดว่าผมคงได้คะแนนเสียงเยอะแล้ว ก็เลยไม่ออกมาใช้สิทธิ์กัน ซึ่งผมไม่อยากให้ทุกคนคิดกันแบบนั้น ดังนั้น อยากให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยให้มากๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรก” นายอภิรักษ์กล่าว
ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ก็มีนโยบายหรือแผนเด็ดที่จะใช้หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งเช่นกัน
เพียงแต่อาจจะแตกต่างจากผู้สมัครท่านอื่นๆ ที่เน้นหนักไปในเรื่องนโยบาย แต่นายชูวิทย์เน้นไปที่เรื่องเปิดเผยข้อมูลลับ
โดยนายชูวิทย์ยังเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลในการบริหารงานที่ผิดพลาดของนายอภิรักษ์ รวมถึงการเปิดตัวทีมที่จะเข้ามาร่วมงาน
นายชูวิทย์บอกว่า ขณะนี้เร่งเดินหน้าหาเสียงในสไตล์ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง คือในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จะออกมาเปิดเผยหลักฐานลับเรื่องโครงการทุจริตรถและเรือดับเพลิงของกทม. มูลค่า 6 พันล้านบาท แต่เมื่อรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านบาท โดยหลักฐานที่มีนั้นเป็นชุดเดียวกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มี เรียกได้ว่าเป็นหมัดที่จะน็อกนายอภิรักษ์ได้เลย
“ผมไม่มีนโยบายมากมายเหมือนผู้สมัครบางราย และก็ไม่สนใจเรื่องนโยบาย ผมจะเน้นไปที่เรื่องรถดับเพลิงเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ซึ่งป้ายหาเสียงชุดที่ 2 ที่ออกมาก็เน้นไปที่เรื่องนี้ เพราะต้องการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น”
นายชูวิทย์ยังบอกด้วยว่า ตนเป็นคนที่จริงจัง หากทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด และไม่กลัวที่จะถูกดำเนินการทางกฎหมายหลังเปิดข้อมูลรถดับเพลิง เพราะเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงละเมิดกระบวนการสอบสวน
ชูวิทย์ยังเล่าถึงการเดินทางไปพบนางปวีณา หงสกุล ที่มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีว่า ขณะนี้จะเริ่มเปิดตัวทีมงานผู้ว่าฯ กทม.บางส่วนที่จะเข้ามาช่วยในด้านต่างๆ โดยนางปวีณา หงสกุล ก็เป็นหนึ่งในทีมงานที่จะเข้ามาดูแลด้านสังคม โดยเน้นไปที่เรื่องเด็กและสตรี เนื่องจากมองเห็นว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สังคมไทยกำลังเผชิญ อยู่ จากนี้ก็จะนำข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและสตรีถูกทำร้าย ไปประกอบเป็นแนวทางนโยบายด้านสังคม นอกจากนี้ ยังเตรียมเข้าหารือกับ “บิ๊กหอย” นายธวัชชัย สัจจกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายด้านกีฬาอีกด้วย
ส่วน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 จากพรรคพลังประชาชน พูดถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ยังคงใช้วิธีการหาเสียงปกติ คือ การแนะนำตัวให้ประชาชนรับทราบว่าตนเองมีแนวคิดในการบริหารงานอย่างไร โดยเน้นการ “พูดจริง ทำได้ กรุงเทพฯ อยู่สบาย”
นายประภัสร์ ออกตัวว่า ที่บอกว่าไม่มีกลยุทธ์อะไรพิเศษสร้างกระแสในการหาเสียง เพราะตัวเองไม่ใช่นักการเมือง ไม่เก่งที่จะพูดเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของคนฟัง ถนัดการบอกความจริง เน้นการนำข้อเท็จจริงมาเสนอ และไม่เชื่อว่าการสร้างกระแสด้วยกลยุทธ์ต่างๆ จะทำให้ชนะการเลือกตั้งได้ แต่เชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่การกระทำ แม้จะเขียนนโยบายสวยหรู ก็ไม่มีผลอะไรหากไม่สามารถทำได้จริงอย่างที่พูดไว้ นโยบายนั้นก็จะเป็นเพียงกระดาษเพียงแผ่นเดียว
กำหนดการปราศรัยใหญ่ของนายประภัสร์ จะเริ่มขึ้น วันที่ 26 ก.ย. ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีหมาดๆ จะมาร่วมขึ้นเวทีเพื่อช่วยปราศรัยหาเสียงด้วย และช่วงโค้งสุดท้ายวันที่ 3 ต.ค. จะเป็นการปราศรัยที่เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง โดยมีนายสมชายร่วมขึ้นเวทีด้วยอีกครั้ง พร้อมด้วยบรรดาขุนพลของพลังประชาชนอีกจำนวนมาก
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ คณะทำงานด้านกฎหมายของนายประภัสร์ กล่าวว่า วางโปรแกรมการจัดลงพื้นที่หาเสียง จัดรถแห่ซึ่งทางพรรคเตรียมไว้ ให้ผู้สมัครลงพื้นที่ให้ครบทั้ง 50 เขต เขตละ 1-2 คัน เพื่อผู้สมัครของเราจะได้รับทราบปัญหาของประชาชนในแต่ละจุดได้อย่างแท้จริง และสามารถพรีเซ็นต์นโยบายหลัก “10 ความสุขเพื่อคนกรุงเทพฯ” ที่สามารถทำได้จริงให้ประชาชนได้เห็น
นอกจากเสียงสนับสนุนจากฐานเสียงของพรรค สิ่งที่นายประภัสร์ต้องพยายามทำให้ได้ คือดึงคะแนนจากชนชั้นกลางที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร หรือเบื่อกับการเมืองและตัวบุคคลให้กลับมาสนับสนุน เชื่อว่าการนำเสนอผลงานของนายประภัสร์ และภาพนักบริหารที่ผ่านมา จะสามารถเรียกศรัทธาจากกลุ่มคนเหล่านี้ให้กลับมาสนับสนุนได้
นายวัฒนายังประเมินว่า ข่าวที่นายชูวิทย์ เตรียมดึงฐานเสียงของอดีตนักการเมือง เช่น นางปวีณา หงสกุล ให้สนับ สนุนตัวเอง ว่าเป็นไปได้ยาก เพราะฐานเสียงในพื้นที่นั้นส่วนหนึ่งเป็นฐานเสียงเดิมของส.ส.พรรคที่ไปช่วย นางปวีณา ดังนั้น เมื่อลงทางพรรคส่งผู้สมัคร ฐานเสียงก็จะกลับมาอยู่ที่เรา ดังนั้น จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับเวทีผู้ว่าฯกทม.ของนายประภัสร์แน่นอน
จากนี้ก็จะเป็นโค้งสุดท้ายที่ประชาชนจะได้ประเมิน และเลือกผู้สมัครเหล่านี้
ที่มา ข่าวสด