ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับการเลือกตั้ง recipes

เรื่องน่ารู้ ควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ เข้าคูหาเลือกตั้ง

cooha.jpg
แม้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น แต่ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ก็ยังคงเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา

สำหรับขั้นตอนการลงคะแนนนั้นประกอบด้วย

1. ตรวจสอบรายชื่อที่ป้ายหน้าหน่วยเลือกตั้ง และจำลำดับชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากนั้นตรวจสอบรูปถ่าย ชื่อและหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก

2.แสดงตน โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อกรรมการที่หน่วยเลือกตั้ง และลงชื่อขอใช้สิทธิ์

3.ลงชื่อรับบัตรเลือกตั้ง

4.เข้าคูหาใช้ปากกาทำเครื่องหมาย (X) ในช่องทำเครื่องหมาย ให้ตรงกับหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก จากนั้นพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย

5.นำบัตรเลือกตั้งที่กากบาทเรียบร้อยแล้ว ไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง

เพียงเท่านั้นก็สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ดี ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาถึงนี้ ก็มีข้อพึงระวังที่อาจเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ คือ

1.ห้ามจัดยานพาหนะขนคนไปลงคะแนน

2.ห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จนถึง 24.00 น.ของวันเลือกตั้ง

3.ห้ามผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกจากที่เลือกตั้ง

4.ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง

5.ห้ามเรียกหรือรับเงินจากหัวคะแนนหรือผู้ใดเพื่อการเลือกตั้ง

ถึงวันที่ 5 ต.ค.ก็อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันโดยถ้วนหน้า

โพลชี้ คนเซ็งกทม.ทำงานช้า

โพลชี้ คนเซ็งกทม.ทำงานช้า

สวน ดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ 50 เขต จากกลุ่มตัวอย่าง 1,899 คน ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ย. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 49.59 มีความเห็นต่อ “บทเรียน” จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ผ่านมาว่า มีผลงานน้อย บางโครงการยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ ทำงานล่าช้า รองลงมาคือทำไม่ได้เหมือนอย่างที่พูดไว้ในตอนหาเสียง ร้อยละ 19.83 ปัญหาเหมือนเดิม ซ้ำซาก ร้อยละ 12.40

สำหรับคนที่เคยเลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯ กทม. ทำให้นายสมัครได้เกิน 1 ล้านคะแนน ครั้งนี้คนกลุ่มนี้จะเลือกนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร้อยละ 47.21 เลือกนายประภัสร์ จงสงวน ร้อยละ 23.35 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 20.30 นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ร้อยละ 8.12 และนางลีนา จังจรรจา ร้อยละ 1.02

ส่วนความนิยมในตัวผู้สมัครนั้น พบว่า ร้อยละ 57.21 จะเลือกนายอภิรักษ์ เพราะทำงานดี มีผลงานให้เห็น น่าจะแก้ปัญหากทม.ได้ สานงานต่อจากเดิมได้ ฯลฯ รองลงมาเลือกนายชูวิทย์ ร้อยละ 17.61 เพราะอยากให้โอกาสคนใหม่เข้ามาทำงาน ชอบนโยบาย ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ฯลฯ นายประภัสร์ ร้อยละ 13.16 เพราะทำงานดี มีผลงานให้เห็น อยากให้โอกาสคนใหม่เข้ามาทำงาน นายเกรียงศักดิ์ ร้อยละ 8.55 เพราะชอบนโยบาย มีทีมงานที่น่าเชื่อถือ และนางลีนา ร้อยละ 0.68 เพราะเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามาทำงานบ้าง มีความมุ่งมั่น ฯลฯ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจมี ร้อยละ 2.79

ส่วนแฟนพันธุ์แท้ของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พบว่าแฟนพันธุ์แท้ของนายอภิรักษ์ คือกลุ่มเพศหญิงอายุระหว่าง 41-50 ปี นายชูวิทย์คือ กลุ่มเพศชาย อายุระหว่าง 21-40 ปี นายประภัสร์ คือ กลุ่มเพศหญิง อายุระหว่าง 41-50 ปี และนายเกรียงศักดิ์คือ กลุ่มเพศหญิงและเพศชายพอๆ กัน อายุระหว่าง 31-40 ปี

ที่มา ข่าวสด

สถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งคนกรุง 2543 - 2551

สถิติการใช้สิทธิเลือกตั้งคนกรุง 2543 - 2551
/ ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้งเครือเนชั่นฯ

การเลือกตั้งใน กทม. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ
การเลือกตั้ง ส.ว. (4 มี.ค. 2543) 3,847,743 2,760,677 72.0
การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. (23 ก.ค. 2543) 3,817,456 2,247,308 58.87
การเลือกตั้ง ส.ส. (6 ม.ค. 2544) 3,901,157 2,600,333 66.66
การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. (29 ส.ค. 2547) 3,955,855 2,472,453 62.50
การเลือกตั้ง ส.ส. (6 ก.พ. 2548) 4,126,922 2,986,729 72.37
การเลือกตั้ง ส.ส. (2 เม.ย. 2549)(โมฆะ) 4,146,300 2,631,802 63.47
การเลือกตั้ง ส.ก. (23 ก.ค. 2549) 3,996,881 1,676,373 41.94
การลงประชามติ รธน 50 (19 ส.ค. 2550) 4,159,040 2,282,480 54.88
การเลือกตั้ง ส.ว. (2 มี.ค. 2551) 4,208,398 1,685,475 40.05
การเลือกตั้ง ส.ส. (23 ธ.ค. 2551) 4,159,040 2,881,192 69.6
การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. (5 ต.ค. 2551) 4,270,214 - -

ตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5 ตุลาคม 2551 เป็นตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่ง กกต.ตั้งเป้าให้คนออกมาใช้สิทธิ 70% (2.98 ล้านคน) / ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้งเครือเนชั่น น.ส.ธัญชนก แก้วสิริวรรณ นศ.ฝึกงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวบรวม

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้ง

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้ง

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  1. มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  2. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้งคือผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 3 มกราคม 2599
  3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อย กว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง คือ ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อน วันที่ 6 ตุลาคม 2550

คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง

  1. มีสัญชาติไทยโดยเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง (เกิดก่อนวันที่ 7 ตุลาคม 2526)
  3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้อง ที่ให้กับกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง
  4. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มิได้อยู่ระหว่างเสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น เป็นต้น

กรณีมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งตามข้อ 3 ได้แก่

  • ถ้ายื่นใบสมัครวันที่ 1 กันยายน 2551 ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อนวันที่ 2 กันยายน 2550
  • ถ้ายื่นใบสมัครวันที่ 2 กันยายน 2551 ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อนวันที่ 3 กันยายน 2550
  • ถ้ายื่นใบสมัครวันที่ 3 กันยายน 2551 ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อนวันที่ 4 กันยายน 2550
  • ถ้ายื่นใบสมัครวันที่ 4 กันยายน 2551 ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อนวันที่ 5 กันยายน 2550
  • ถ้ายื่นใบสมัครวันที่ 5 กันยายน 2551 ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครก่อนวันที่ 6 กันยายน 2550

หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง

  1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นของทางราชการที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. ใบรับรองแพทย์
  4. ค่าธรรมเนียมการการรับสมัคร 50,000 บาท
  5. รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาดกว้างประมาณ 8.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 13.5 เซนติเมตร จำนวน 12 รูป พร้อมเงินสดค่าจัดพิมพ์ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ผ.ถ.28) จำนวน 20,000 บาท
  6. หลักฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล เป็นต้น

ข้อมูล การเลือกตั้งผู้ว่า กทม 2551

จำนวนหน่วยเลือกตั้ง

จำนวนหน่วยเลือกตั้งมีทั้งหมด 6,337 หน่วย

สถานที่นับคะแนนการเลือกตั้ง

การนับคะแนน นับรวมที่เขตปกครอง ซึ่งมี 50 เขตปกครอง โดยหลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่จะนำหีบบัตรเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งมารวมที่เขต แล้วจึงจะนับคะแนนของแต่ละเขต (50 เขต) แล้วจึงส่งผลคะแนนไปรวมที่ ศาลาว่าการ กทม. ซึ่งจะมีการขึ้นกระดานประกาศผลคะแนน

ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง

สำหรับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กกต. กทม. ประกาศกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของ ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม. ปี 2547 กำหนดไม่เกิน 37 ล้าน ตามจำนวนเขต ส.ส. ที่มี 37 คน แต่ปีนี้ 2551 เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจเป็นไม่เกิน 39 ล้านบาท

การประกาศผลการเลือกตั้ง

การประกาศผลการเลือกตั้ง กกต. จะเป็นผู้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

การคัดค้านการเลือกตั้ง

การคัดค้านการเลือกตั้ง สามารถทำได้โดยให้ยื่นคำร้องการคัดค้านการเลือกตั้งต่อ กกต. ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้ง

ใช้พื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมดเป็นเขตเลือกตั้ง (กรุงเทพมหานครมี 50 เขตปกครอง รวมเป็น 1 เขตเลือกตั้ง)

จำนวนประชากร

ประชากร กทม. ที่ขึ้นทะเบียน 5,704,071 คน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2551)

จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,272,114 คน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2551)