โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม. รุมถล่ม อภิรักษ์ อ่วมอรทัย คนบางขุนเทียนฟ้อง 10 คลองสวยทำทะเลบางขุนเทียนเน่า ประภัสร์ ได้ทีเล็งยกเลิก ชูวิทย์ ซัดโรงฆ่าสัตว์ กทม.ร้าง ทั้งที่ทุ่มงบ 940 ล้าน ลีน่าจัง จวก กทม.เสียท่าเอกชนประมูลป้ายโฆษณาได้แค่เศษเนื้อข้างเขียง ปชป.โวยหล่อเล็กถูกชกใต้เข็มขัด

เข้า สู่โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างเข้ม ข้น โดยบรรดาผู้สมัครตัวเก็งแต่ละรายต่างหันมาใช้กลยุทธ์โจมตี นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ หลังผลโพลล์คะแนนนำโด่งกว่าคนอื่น

เริ่มจากนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ลง พื้นที่ในย่านบางขุนเทียนชายทะเล โดยมีนายคงศักดิ์ ฤกษ์งาม ประธานชุมชนคลอง พิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน มาให้ข้อมูลปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่หาย ไป127 หลังคาเรือน ในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ โดยชาวบ้านต้องการใช้ภูมิปัญญา ชาวบ้านคือใช้ไม้ไผ่ปักกั้นเป็นแนวเขื่อน ไม่ใช่ไส้กรอกทราย เหมือน ที่ กทม.ศึกษาไว้เพราะหากถุงทรายแตกจะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้สัตว์ น้ำตายขณะที่โครงการ 10 คลองสวยน้ำใสของนายอภิรักษ์ที่ใช้น้ำดีดันน้ำเสีย ออกทะเลโดยไม่บำบัดก่อนทำให้สัตว์น้ำตายจำนวนมาก ส่วนถนนเทียนทะเลที่ก่อ สร้างมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ยังไม่มีวี่แววจะเสร็จ

นายประภัสร์กล่าวว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นเรื่องดี โดยในการแก้ ปัญหาต้องหารือร่วมกับจ.สมุทรปราการ และสมุทรสาครด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการ ผลักปัญหาจากกรุงเทพฯ ไปใส่จังหวัดอื่น ส่วนเรื่องน้ำเน่าเสียต้องจัดทำโรง บำบัดน้ำเสียและจะเลิกการดันน้ำเสียลงทะเล ขณะที่โครงการปรับปรุงถนนเทียน ทะเล ทราบว่ามีการใช้วัสดุก่อสร้างผิดสเปก ทำให้งานล่าช้า หากได้เป็นผู้ ว่าฯ กทม. จะตรวจสอบโดยเร็ว

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข8 นำสื่อมวลชนชมโรง ชำแหละและแปรรูปสัตว์กรุงเทพมหานคร ถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตหนองแขม ซึ่งเป็น โรงชำแหละบนพื้นที่ 50 ไร่ มูลค่า 940 ล้านบาท และสร้างเสร็จเมื่อ ปี 2549 แต่ขณะนี้ยังเปิดดำเนินการไม่ได้เพราะไม่มีเอกชนเข้ามารับสัมปทานใน ราคาที่ กทม.ตั้งไว้สูงถึง 940 ล้านบาท ในเวลา 15 ปี ทำให้มีโรงชำแหละ เถื่อนมากมายนับร้อยแห่ง

นายชูวิทย์กล่าวว่าหากได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ จะมาดูแลให้ถูกต้องถูก สุขอนามัย  และลดราคาให้เอกชนในราคาที่เอกชนจะเข้ามาดำเนินการได้จริงในราคา ประมาณ500-600 ล้านบาท

นายชูวิทย์ยังกล่าวถึงกรณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการพูดของตนเป็นการโจมตีนาย อภิรักษ์ว่าการที่นายองอาจขู่แสดงว่านายองอาจกลัวที่ตนกล้าเปิดเผย ข้อมูล และในวันที่1 ตุลาคมยืนยันว่าจะเปิดข้อมูลเรื่องรถ-เรือดับเพลิงแน่ นอน แต่ไม่ต้องหวังว่าจะเห็นใบเสร็จ เพราะไม่มีใบเสร็จ แต่ยังไม่เปิดเผย สถานที่แถลง เพราะเกรงถูกขัดขวาง

ขณะที่นางลีนา จังจรรจา หรือลีน่า จัง ผู้สมัครหมายเลข 7 นำสื่อ มวลชนดูป้ายโฆษณาบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียน จากบริษัทว่าป้ายโฆษณาของ กทม. มีการเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทเอกชนมีรายได้ ถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่กทม.กลับมีรายได้จากป้ายโฆษณาเพียง 90 ล้านบาท และ ยังพบข้อร้องเรียนการจ่ายสินบนกว่า300 ล้านบาท จึงอยากเรียกร้องให้ ปลัด กทม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อปกป้องผล ประโยชน์ของ กทม. และไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ เพราะให้ทีมงานตรวจสอบข้อมูลแล้ว

นางลีน่า จัง กล่าวอีกว่าในช่วงโค้งสุดท้ายได้คิดยุทธวิธีการหา เสียงแบบวันต่อวันเพื่อไม่ให้ตรงหรือซ้ำผู้สมัครคนอื่น แต่ไม่ขอเปิด เผย เพราะเกรงถูกเพื่อนผู้สมัครเลียนแบบ โดยเฉพาะนายชูวิทย์ ที่มักนำความ คิดของตนไปใช้เสมอเช่น การเดินทางไปโรงฆ่าสัตว์ของ กทม.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม .พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกมาแฉของนายชูวิทย์ว่าไม่หวั่นไหวในคำ พูดของนายชูวิทย์ โดยคดีรถดับเพลิงได้มีหลายองค์กรตรวจสอบ ซึ่งไม่มีองค์กร ใดชี้ว่านายอภิรักษ์ทำผิด ไม่ว่านายชูวิทย์จะแฉอะไรก็ไม่มีผลต่อคะแนนนิยม ของนายอภิรักษ์ เพราะถ้าประชาชนไม่มั่นใจนายอภิรักษ์ก็คงไม่มีคะแนนนำในผล สำรวจทุกสำนัก

นายองอาจกล่าวอีกว่าขณะนี้มีผู้สมัครบางคนใช้กลยุทธ์ชกใต้เข็มขัดโดย นำเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องในครอบครัวของนายอภิรักษ์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ การบริหาร หรือนโยบายมาใส่ร้ายป้ายสีนายอภิรักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร ทำ จึงขอเรียกร้องให้นำเสนอเนื้อหานโยบายมากกว่าส่วนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 เปิดแถลงนโยบายด้านการจราจรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ โดยจะแก้ไขปัญหาโครงสร้างระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบ ซึ่งเป็นการสานต่อ นโยบายเดิมให้เสร็จ ทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลมจะแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2552 ส่วนสายสุขุมวิท จะแล้วเสร็จในปี 2553 ส่วนต่อขยายสายอื่นๆ คาด ว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี พร้อมยืนยันจะเดินหน้าโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษบีอา ร์ที โดยตั้งเป้าจะดำเนินการ 6 เส้นทาง แม้จะถูกตรวจสอบจากกรมสอบสวนคดี พิเศษก็ตาม และจะปรับเส้นทางรถโดยสารไม่ให้ทับซ้อนกับเส้นทางรถไฟฟ้า รวม ทั้งจะเพิ่มท่าเรืออีก 14 ท่า พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบท่าเรือให้มีความ สวยงามร่มรื่น

ส่วนกรณีที่ถูกโจมตีอย่างหนักนายอภิรักษ์ ระบุว่า มีขบวนการโจมตี อย่างรุนแรงเห็นได้จากกรณีป้ายหาเสียงถูกทำลายจำนวนมาก แต่เชื่อว่าประชาชน ที่ติดตามการหาเสียงไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หรือเวทีแสดงวิสัยทัศน์คง เห็นเจตนาของผู้สมัครแต่ละราย และใช้วิจารณญาณดูว่ามีความเชื่อมโยงหรือฮั้ว กันอย่างไรและอยากเรียกร้อง กกต.ตรวจสอบเพื่อให้การหาเสียงอยู่ในกรอบของ กฎหมาย

ที่มา คมชัดลึก

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

เมื่อ วันที่ 29 ก.ย. ที่พรรคพลังประชาชน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานรองผู้ว่าฯและที่ปรึกษา ว่า ทีมงานด้านเศรษฐกิจนำโดย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เนื่องจากมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มหาภาค ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทีมงานด้านการก่อสร้างโยธา ได้แก่ นายสุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ มีนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด จะนำความรู้มาช่วยงานด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้ในการพัฒนาบริหาร กทม.

ทางด้านการศึกษา มี น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ดูแลด้านการศึกษา ขณะนี้ศึกษาต่อปริญญาเอกคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับงานด้านการบริหารงาน กทม.ได้แก่ นายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ ส.ก.เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. และนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.เขตห้วยขวาง อดีตรองประธานสภา ทั้งสองคนมีประสบการณ์ และรู้ข้อมูลการบริหารงานของ กทม.เป็นอย่างดี โดยในวันที่ 3 ต.ค. จะมีการปราศรัยใหญ่ที่สนามหลวง จะมีการเปิดตัวทีมงานทั้งหมดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เย็นวันเดียวกัน ที่สวนลุมพินี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเปิดตัวทีมงานรอง ผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา รวม 18 คน โดยมีนักวิชาการและคนดังเข้าร่วม อาทิ ฝ่ายสาธารณสุข มี นพ.เฉก ธนะศิริ, พญ.ชนิกา ตู้จินดา นพ.พูนไทย จินอนัตวิทยา, ฝ่ายกีฬาและสวัสดิการ นางนวลพรรณ ล่ำซำ, ฝ่ายศึกษา นายวรากรณ์ สามโกเศศ, ฝ่ายโยธา นายต่อตระกูล ยมนาค, ฝ่ายเศรษฐกิจ นายสมชาย ภคภาควิวัฒน์ นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นางสาวการดี เลียวไพโรจน์ นายแทนคุณ จิตอิสสระ, ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม นายปรีชา เถาทอง เป็นต้น.

จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย เลือกตั้งผู้ว่า กทม

marn_001.jpg
จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย

เมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ย. 51 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พร้อมด้วย ส.ส. ส.ก. สข. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมงานปล่อยขบวนรถแห่ หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายก่อนที่ถึงวันลงคะแนน 5 ตุลาคม โดยนายอภิรักษ์กล่าวว่า ขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือก ตั้ง ซึ่งรถแห่ทั้ง 50 คันนี้จะได้มีการประชาสัมพันธ์หาเสียง จนถึงช่วงเย็นของวันที่ 4 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม โค้งสุดท้ายของการหาเสียงมีการโจมตีตนอย่างหนัก แม้แต่เมื่อขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่หนี พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ 1 แต่ตนทราบมาว่ามีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆได้ใช้วิธีการโจมตีนาย อภิรักษ์ ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้น เหลืออีก 7 วัน จึงขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิกประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนัก เพื่อชัยชนะของนายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของประชาชนกรุงเทพมหานครทุกคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันค่ำวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายอภิรักษ์ โดยมีแกนนำของพรรคเข้าร่วมหลายคน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรค กล่าวปราศรัยว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีคู่แข่งอยู่ 2 คน คือ นายอภิรักษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายประภัสร์ จากพรรคพลังประชาชน เพราะ กทม.เป็นมหานครที่ใหญ่เกินกว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนเดียวจะทำงานได้ หากไม่มีเครือข่าย ไม่สังกัดพรรค ไม่มี ส.ก. หรือ ส.ข. ทำหน้าที่รับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อมานำเสนอผู้บริหารนำไปแก้ไข

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. ที่จะมีผู้สมัครคนหนึ่งแฉเรื่องทุจริตโครงการรถดับเพลิง กทม. พรรคไม่กลัว และเชื่อคงไม่มีไม้เด็ด อะไร เพราะหากมีจริงคงพูดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว และ ขอเตือนว่าการจะออกมาพูดดังกล่าวอาจจะเป็นครั้ง สุดท้าย เพราะไม่มีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งอีก.

ที่มา ไทยรัฐ

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก

apirak_003.jpg
โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก

ลือป้ายประชาสัมพันธ์มีชื่ออภิรักษ์ ทำพิษผอ.ปชส. ส่อถูกเด้งเป็นผู้ตรวจฯ อภิรักษ์ เจออีกจับผิดใช้ภาพของหลวงทำป้ายหาเสียง

บรรยากาศ เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ การหาเสียงเริ่ม คึกคัก ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน  ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ เจอเรื่องร้องเรียนทุกสัปดาห์ กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร หมายเลข 8 เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(กกต. กทม.) และกกต.กลางเพื่อให้สอบสวนกรณีป้ายประชาสัมพันธ์ของ กทม.มีชื่อนาย อภิรักษ์ติดอยู่ซึ่งถือเป็นการโฆษณาหาเสียงแฝง นายพงศ์ศักติฐ์ เส มสันต์ ปลัด กทม.ได้มอบหมายให้นายรัฐพลมีธนาถาวร รองปลัด กทม.สั่งเก็บป้าย ดังกล่าวออกหมดแล้วขณะเดียวกันนายรัฐพล ได้สั่งให้กองประชาสัมพันธ์ และ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่าทั้งนี้ผู้บริหาร กทม.เห็นว่าในส่วนของกองประชา สัมพันธ์ถือว่าเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ โครงการของ กทม.ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งแม้จะเป็นเจ้าของป้าย ทั้งป้าย ประชาสัมพันธ์บนถังขยะ ป้ายประชาสัมพันธ์ในศาลาที่พักผู้โดยสาร แต่ก็ไม่ได้ ให้สัมปทานแก่เอกชนติดตั้ง ดังนั้นกองประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นผู้สั่งเก็บ ป้ายหลังจากที่นายอภิรักษ์ หมดวาระผู้ว่าฯ กทม.ทันทีแต่ไม่ได้ดำเนินการ

ดังนั้นจึงมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารกทม.จะสั่งโยกย้ายผู้อำนวย การ(ผอ.) กองประชาสัมพันธ์ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ขณะเดียวกันหาก กกต.สอบสวน แล้วพบว่าข้าราชการไม่เก็บป้ายเพราะเอื้อประโยชน์ให้นายอภิรักษ์อาจมีความ ผิดตามมาตรา 60 กรณีข้าราชการผู้ใดวางตัวไม่เป็นกลางระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีรูปข้าราชการกทม.ไปปรากฏในป้ายหาเสียงของ นายอภิรักษ์3 รูปได้แก่ รูปขี่จักรยาน รูปนั่งเรือ และรูปเดินบนสะพานตรวจ น้ำท่วม ซึ่งข้าราชการยืนยันว่าไม่ได้ยินยอมให้นำรูปไปใช้ในการหาเสียง แม้ ทีมงานนายอภิรักษ์ จะเก็บป้ายบางส่วนออกไป แต่เมื่อมีผู้ร้องมา กกต.ก็ต้อง มาสอบถามข้อมูลซึ่งภาพทั้งหมดน่าจะเป็นรูปจากกองประชาสัมพันธ์ อาจเข้าข่าย ใช้สมบัติของราชการไปใช้หาเสียง หรืออาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง นี้มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองกรณีนี้ กกต.อาจพิจารณาให้ใบเหลืองนายอภิรักษ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ซึ่งทำให้นายอภิรักษ์เองต้องชดใช้ค่า ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเป็นเงิน 158 ล้านบาท

ที่มา คมชัดลึก

ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

choo_01.jpg
ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

ชูวิทย์ เข้าขอพร สมเด็จเกี่ยว เปรียบตัวเองเป็นองคุลีมาลกลับใจ เผยนโยบายจัดงบพิเศษบำรุงศาสนสถานและโบราณสถานเก่าแก่ทั่วกรุง ปัดตอบแก้ปัญหาคนเร่ร่อนสนามหลวง

นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 ได้เข้านมัสการ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) ที่วัดสระเกศเพื่อขอพรในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 5 ตุลาคม โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า ตนเปรียบเหมือนองคุลี มาลกลับใจ อยากจะมาขอทำงานรับใช้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ให้พรพร้อมพรมน้ำมนต์ให้นายชูวิทย์แถลงถึงนโยบายพัฒนากทม.ให้เป็นเมือง น่าท่องเที่ยวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะจัดสรรงบพิเศษเพื่อใช้ใน การทำนุบำรุงวัดโบสถ์ มัสยิด รวมไปถึงโบราณสถานที่เก่าแก่และมีคุณค่าทั่ว พื้นที่ กทม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศ และสร้างรายได้ให้คน กทม.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจนในมาตรการจัดการคนเร่ ร่อนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ เช่น พื้นที่สนามหลวง ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระ จันทร์ นายชูวิทย์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ และปิดการแถลงข่าวเดินเลี่ยงผู้สื่อ ข่าวไปทันที

ที่มา คมชัดลึก

ผู้สมัครผู้ว่าฯเอาใจชาวสลัม ไม่รื้อถอน-ตีทะเบียนบ้านให้

ผู้สมัครผู้ว่าฯเอาใจชาวสลัม ไม่รื้อถอน-ตีทะเบียนบ้านให้

ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หาเสียงโค้งสุดท้ายรับปากไม่รื้อถอนสลัมออกจากเมือง และพร้อมออกทะเบียนบ้านแถมผลักดันสิทธิด้านต่างๆ ให้เต็มที่

คณะ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายสลัม 4 ภาคจัด อภิปรายสาธารณะเรื่อง “เปิดพื้นที่คนจนเมือง เปิดวิสัยทัศน์ด้านชุมชน แออัด” ที่ห้องประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายอภิรักษ์โกษะ โยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวยืนยันว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะ ไม่มีนโยบายรื้อถอนสลัมออกจากเมืองและจะดำเนินการสำรวจจำนวนผู้อยู่อาศัยภาย ในชุมชนอย่างชัดเจน และให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการอื่น อาทิ โอกาสทางการ ศึกษาเรียนฟรีในโรงเรียนสังกัด กทม. และได้รับแบบเรียนอุปกรณ์การเรียน อื่น บริการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเน้นการ มีส่วนร่วมของประชาชน ผลักดันให้ได้รับสิทธิ และทะเบียนบ้าน

นาย เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ยืนยันจะไม่มีการรื้อถอน สลัมออกจากเมืองและเพิ่มการให้ความช่วยเหลือ ทั้งการไม่เสียค่าใช้จ่ายในการ โดยสารรถประจำทาง และเสนอจัดให้มีบุฟเฟ่ต์อาหารสำหรับคนยากไร้ เนื่องจากพบ ว่าค่าใช้จ่ายของผู้ยากไร้ส่วนใหญ่ร้อยละ 50 เป็นค่าอาหารอีกร้อยละ 20 เป็น ค่าเดินทาง

นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวว่าหากได้ เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะสนับสนุนให้เกิดพ.ร.บ.พิเศษที่จะเป็นการออกระเบียบการ อยู่อาศัยในชุมชน ทั้งกายภาพทำให้เกิดการปฏิบัติ และอยู่ได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมาย มีการอนุรักษ์ชุมชนเก่า พร้อมสนับสนุนให้เกิดการออกทะเบียนบ้านใน ชุมชน และทะเบียนบ้านชั่วคราวให้แก่ผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง

นางลีนาจัง จรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 กล่าวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะทำให้ ประชาชนอยู่ดีกินดีร่ำรวยเหมือนตน โดยสนับสนุนให้มีการตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อ ส่งออก และดูแลด้านสวัสดิการอื่น ทั้งอัตราค่าโดยสาร 88 บาทและการขึ้นเรือ ด่วนฟรี

ที่มา คมชัดลึก

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

ปชป.ปล่อยรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายอภิรักษ์ ลั่น7 วันที่เหลือพร้อมชนคู่แข่งกลางเวทีดีเบตทุกงาน ด้าน อภิสิทธิ์ โวยคู่แข่งโจมตีใส่ร้าย ปลุก ส.ส.-ส.ก.ช่วยหาเสียง

เวลา08.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วม งานปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันลง คะแนนเลือกตั้ง5 ตุลาคมนี้

นายอภิรักษ์กล่าวว่าขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยอม รับว่ามีการโจมตีตนอย่างหนัก ไม่เว้นแต่การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ขอยืนยัน ว่าตนจะไม่หนีเวทีดีเบต พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ผลสำรวจจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ หนึ่ง แต่ตนทราบมาว่าได้มีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆ ใช้วิธีการโจม ตีนายอภิรักษ์ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้นเหลืออีก 7 วันอยากให้ใช้ความทุ่มเทเอา ความจริงไปสู้ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิก ประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนักเพื่อชัยชนะของ นายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของชาว กทม.ทุกคน

ที่มา คมชัดลึก

คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อีกแค่1 สัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง น่าสนใจไม่น้อยว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 4 ล้านคน กลุ่มอายุระดับใด ที่มีพลังทางการเมือง ชี้เป็นชี้ตายผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ต้องยอมรับกันว่าสถานการณ์บ้านเมือง และสถานการณ์การเมือง กลบ บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไปหมด

ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ทั้ง 16 คน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กร่อย

แน่นอนครับว่าสถานการณ์และบรรยากาศของบ้านเมืองวิกฤติและเข้มข้น อย่างนี้ คนที่ได้เปรียบที่สุด ย่อมต้องเป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในฐานะเป็น อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ชาว กทม.จดและจำได้ดี เพราะอยู่จนครบวาระ

หรือผลการสำรวจความนิยมจากโพลล์หลายสำนักตั้งแต่ก่อนเปิดรับสมัคร หรือหลังมีผู้สมัครครบทั้งหมด การสำรวจความนิยมอภิรักษ์ ก็ยังเป็น เต็งหนึ่ง

แต่ระยะเวลาที่เหลือแค่1 สัปดาห์ โอกาส พลิกผัน ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอเพราะคนกรุงเทพฯ มักจะตัดสินใจเลือก ผู้ว่าฯ กทม.ในสัปดาห์สุดท้าย

ตรวจสอบ เสียง ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกลุ่มอายุ พบว่าแต่ละกลุ่มอายุนั้น ช่วงวัยไหนมีฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวกรุงเทพมหานคร มีอยู่ประมาณ 4.1  ล้านคน หรือเกือบ 4.2  ล้านคน

กลุ่มแรก ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยใสอายุ 18-19 ปี ส่วนใหญ่จะ เป็นนิสิต นักศึกษา เป็นวัยที่เพิ่งจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง ตรวจสอบฐานอย่างไม่ เป็นทางการ มีประมาณ 1.5 แสนคน

ถามว่าขาโจ๋-วัยใส จะเป็นพลังชี้ขาดผลการเลือกตั้งได้หรือไม่?

ต้องบอกว่า…ยังไม่ได้?เป็นได้แค่ ตัวเสริมคะแนนเสริม เพราะ ในจำนวน1.5 แสนคน ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยนี้ ส่วนใหญ่มักนอนหลับทับ สิทธิ์ ความสนใจการเมืองการเลือกตั้งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ยิ่งมาเจอสถานการณ์การ เมืองกลบกระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาจจะต่ำเกินกว่าเกณฑ์ปกติ ทุกยุคทุก สมัย วัยใส-ขาโจ๋ มาใช้สิทธิ์แค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ส่วนกลุ่มคนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกินกว่า50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม.ตามกลุ่มอายุ

ช่วงอายุ20-30 ปี 943,620 คน

ช่วงอายุ31-40 ปี 975,612 คน

ช่วงอายุ41-50 ปี  936,836 คน

ช่วงอายุ51-60  650,627 คน

ช่วงอายุ61-70  295,536 คน

ช่วงอายุ71 ปีขึ้นไป 231,909 คน

จากตัวเลขฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จัดช่วงระดับอายุแบบ 10 ปี โดยแบ่ง 20-30 ปี / 31-40 ปี / 41-50 ปี / 51-60 ปี และ 61 ปีขึ้นไป

มาจนถึงวันนี้จะเห็นได้ว่ากระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปลุกไม่ ขึ้น เพราะถูกกระแสการเมืองใหญ่กลบหมด ดังนั้น ผู้สมัครแต่ละคนจึงพยายาม มุ่งมาที่กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุด ซึ่งนั่น ก็คือกลุ่มคนในวัยทำงานอายุ 31-60 ปี

และคนในวัยไม่เกิน60 ปี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัย ตั้งแต่ 31-40 ปี คือกลุ่มผู้มีคะแนนเสียงมากที่สุด คือประมาณ 9.7 แสน คน ซึ่งคนวัยนี้เป็นคนวัยทำงาน มีเหตุ มีผล/เป็นคนวัยที่มีวิจารณญาณในการ เลือกตั้ง ไม่เอนเอียงไปตามกระแส

ถ้าตรวจสอบนโยบายผู้สมัครที่เป็นตัวเต็ง3-4 คน ไม่ว่าจะ เป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ชูวิทย์ กมลวิ ศิษฎ์ และ ประภัสร์ จงสงวน ช่วงนี้แต่ละคนก็พยายามออกแคมเปญ หวังจะเจาะฐาน เสียงคนวัยทำงานเหล่านี้

อภิรักษ์บอกว่า เลือกอภิรักษ์ เลือกกรุงเทพฯ แห่งอนาคต

ชูวิทย์ มีสไตล์ดุดัน…ถือกล้องส่องทางไกลและบอกว่าผมมองเห็นปัญหาให้โอกาส ชูวิทย์ หรือ ปัญหาอยู่ที่ไหนผมอยู่ที่นั่น

ส่วนดร.แดน แคนดู-เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เจ้าของ 300 นโยบาย บอกว่า จะสร้างกรุงเทพฯด้วยปัญญา

และ ประภัสร์ จงสงวน มีคำขวัญสั้นๆ ว่า คิดใหม่ทำเร็ว พูดจริง ทำได้

คะแนนที่จับต้องได้สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หนนี้ คงไม่อาจหลีกหนี คนวัยทำงาน ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะชี้ขาดต่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม. 2551 แยกตามวัย-เพศ

ประชากรกทม. 5,716,248 คน มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4,164,371 คน

1.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำแนกตามเพศ

1.1 ชาย  คน 1,948,818

1.2หญิง  คน2,215,553

รวม4,164,371 คน

2.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแยกตามช่วงอายุ

2.1 อายุ 0-17 ปี  1,312,364 (ยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง)

2.2ช่วงอายุ 18 ขึ้นไป  150,006

2.3ช่วงอายุ 20-30 943,620

2.4 ช่วงอายุ 31-40  975,612

2.5ช่วงอายุ 41-50  936,836

2.6ช่วงอายุ 51-60  650,627

2.7ช่วงอายุ 61-70 295,536

2.7ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป 231,909

(ข้อมูล อย่างไม่เป็นทางการ ณ ธันวาคม 2550 ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)

ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเกินผู้มีสิทธิ์


ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเกินผู้มีสิทธิ์

ประภัสร์ หวั่นมีทุจริตเลือกตั้ง เหตุ กทม.พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ ด้าน ชูวิทย์ ดันนโยบายช่วยเหลือคนด้อยโอกาส “ลีน่า จัง” เดินทางไปรับศพหัวหน้าทีมหาเสียงรับเป็นเจ้าภาพ 3 วันก่อนทำการฌาปนกิจ

นาย ประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงประชาชนที่ตลาดด้านหลังบริษัท การบินไทย ถนนวิภาวดี โดยเปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า จากที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ล่าสุดตนยังเป็นรองนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ตนไม่ค่อยสนใจเรื่องการทำโพลล์ เพราะเป็นเพียงการสำรวจกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเท่านั้น

นายประภัส ร์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ มีความกังวลถึงความโปร่งใสในการนับคะแนน เพราะทราบมาว่ามีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาก เกรงว่าจะมีการกระทำทุจริตการเลือกตั้งได้ จึงอยากฝากถึงประชาชนว่าท่านต้องมีศักดิ์ศรี ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส อย่ากลัวว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งแล้วจะไม่เจริญก้าวหน้า

ด้านนายชู วิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 เข้าหารือกับนายบรรจง โซ๊ะมณี  อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปี 2534 ประธานมูลนิธิเพื่อคุณธรรม เพื่อร่วมหาแนวทางทำนโยบายช่วยบุคคลด้อยโอกาสและคนชรา

นายชูวิทย์ กล่าวว่า มีนโยบายที่จะช่วยผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะคนชราที่อาศัยอยู่ตามสถานรับเลี้ยง หรือมูลนิธิรับเลี้ยง โดยจะจัดงบประมาณพิเศษของ กทม.ให้ ปีละ 5-10 ล้านบาทต่อปี และจะประสานกับหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบันก็จะได้รับการดูแล พัฒนาให้เหมาะสม จะไม่ทำอย่างผู้ว่าฯ กทม.คนก่อนๆ อย่างไรก็ตามการที่ตนมาหารือกับนายบรรจง ไม่ได้มาทาบทามเพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.หรือคณะทำงานที่ปรึกษา

ส่วน นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 เมื่อวันที่ 26 กันยายน เดินทางไปรับศพนายธีระศักดิ์ ศิตานนท์ หัวหน้าทีมงานหาเสียงของตนเองที่จมน้ำคลองสามวาระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมักกะสัน โดยนางลีนาจะเป็นเจ้าภาพ 3 วันก่อนทำพิธีฌาปนกิจ พร้อมยืนยันยังคงเดินหน้าหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ แต่จะระมัดระวังมากขึ้น

ที่มา คมชัดลึก

ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ปลัด กทม.กระตุ้นคนกรุงเลือกผู้ว่าฯ ดึงวินมอเตอร์ไซค์เป็นแนวร่วม ขณะที่ผลการสำรวจพบคนกรุงยังสนับสนุนนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อ

นาย พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิน จยย.หลักสี่ทุกคน รณรงค์เลือกผู้ว่าฯ กทม.” บริเวณหน้าห้างไอที สแควร์ หลักสี่ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจากเขตหลักสี่ และจตุจักร กว่า 500 คน จาก 81 วิน มาร่วมกิจกรรม พร้อมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัว “มิสวิน จยย.คนแรกของประเทศไทย” ทุกคนได้ร่วมกันชูป้ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปตามจังหวะ เพลง “กรุงเทพมหานคร” และหลังจากนี้ทุกคนจะร่วมเชิญชวนรณรงค์ให้ผู้โดยสารและประชาชนไปเลือกตั้งใน วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้

ด้านธุรกิจบัณฑิตย์โพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สำรวจความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ 1,742 คน เมื่อวันที่ 23- 24 กันยายน เกี่ยวกับการออกเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. พบว่าชาว กทม.ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างแน่นอนมีถึงร้อยละ 54.6  ทั้งนี้ มีชาว กทม.ที่จะเลือกนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่ออีกสมัยหนึ่งถึงร้อยละ 47.5 เลือกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 18.2 เลือกนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ร้อยละ 12.5 และเลือกนายประภัสร์ จงสงวน ร้อยละ 8.6  โดยพบว่านายอภิรักษ์ มีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ถึงร้อยละ 64.6 รองลงมาคือนายชูวิทย์ ร้อยละ 11.7 นายเกรียงศักดิ์ ร้อยละ 10.5 และนายประภัสร์ ร้อยละ 5.3

ที่มา คมชัดลึก