ชูวิทย์ ชก วิศาลหลัง สัมภาษณ์รายการ ทางช่อง 3

visal_160.jpg
ชูวิทย์ ชก วิศาลหลัง สัมภาษณ์รายการ ทางช่อง 3

ชูวิทย์ ปรี๊ด ต่อย วิศาล กลางห้องส่งช่อง 3 เหตุถามไม่เข้าหู

ชูวิทย์ เดือด ต่อย วิศาล คว่ำกลางรายการข่าวภาคเที่ยง หลังฝ่ายผู้ประกาศข่าวเชิญออกรายการไม่พอใจในคำถามจุดเด่นจุดด้อยในการลง สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. หลังจบรายการต่อยเปรี้ยง ด้าน วิศาล ไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งความที่สน.ทองหล่อแล้ว ด้าน ชูวิทย์ รับต่อยจริง พร้อมแถลงข่าว 5 โมงเย็นวันนี้

เกิดเหตุโกลาหลขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 12.40 น. ที่ผ่านมาที่ห้องส่งข่าวช่อง 3 เมื่อผู้ประกาศข่าวช่อง 3 วิศาล ดิลกวณิช ผู้วิเคราะห์ข่าวช่อง 3 เชิญผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร เบอร์ 8

นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ มาออกรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ใน ช่วงโค้งสุดท้ายของการของการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่จะมาถึงในวันที่ 5 ต.ค. นี้ เบื้องต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะถ่ายทำรายการเองนายชูวิทย์ก็มีอาการไม่พอใจแล้วในคำถามหลายคำถาม และมีการถามถึงจุดเด่นจุดด้อยในการลงสมัครครั้งนี้ นายชูวิทย์มีอารมณ์โกรธอย่างชัดเจน และทันทีที่จบรายการ นายชูวิทย์มุ่งตรงเข้าต่อยนายวิศาลทันที ล่าสุดนายวิศาลได้เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และกำลังจะไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ

สำหรับวิศาล นั้นนับว่าเป็นนักวิเคราะห์ข่าว วัย 38 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีจาก ภาควิชาวิทยุโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต และ MBA เคยปฏิบัติงานประวัติการทำงานในฝ่ายผลิตรายการนอกสถานที่ ที่ ไอบีซี เคเบิลทีวี ผู้สื่อข่าววิทยุ ศูนย์ข่าวแปซิฟิก รอ.1-1008 นักข่าวสายเศรษฐกิจและไอที ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ปัจจุบัน อาชีพนักข่าวอิสระ วิเคราะห์ข่าวในรายการ “เช้าวันใหม่” กับ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ของช่อง 3 และ รายการ “บ่ายนี้มีคำตอบ” ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ ทีวี อีกทั้งเปิดบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ บริษัท เมไก แมส มีเดีย ปัจจุบันแต่งงานแล้วกับ สินีนาฏ คุปตภากร

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ยอมรับแล้วว่าต่อยผู้ประกาศข่าวจริงเพราะถามกวน ไม่เข้าหู พร้อมแถลงข่าว 5 โมงเย็นวันนี้ อย่างไรก็ตามทาง บันเทิงออนไลน์ จะนำรายละเอียดมารายงานในลำดับต่อไป

ที่มา manager.co.th

ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

choo_01.jpg
ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

ชูวิทย์ เข้าขอพร สมเด็จเกี่ยว เปรียบตัวเองเป็นองคุลีมาลกลับใจ เผยนโยบายจัดงบพิเศษบำรุงศาสนสถานและโบราณสถานเก่าแก่ทั่วกรุง ปัดตอบแก้ปัญหาคนเร่ร่อนสนามหลวง

นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 ได้เข้านมัสการ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) ที่วัดสระเกศเพื่อขอพรในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 5 ตุลาคม โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า ตนเปรียบเหมือนองคุลี มาลกลับใจ อยากจะมาขอทำงานรับใช้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ให้พรพร้อมพรมน้ำมนต์ให้นายชูวิทย์แถลงถึงนโยบายพัฒนากทม.ให้เป็นเมือง น่าท่องเที่ยวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะจัดสรรงบพิเศษเพื่อใช้ใน การทำนุบำรุงวัดโบสถ์ มัสยิด รวมไปถึงโบราณสถานที่เก่าแก่และมีคุณค่าทั่ว พื้นที่ กทม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศ และสร้างรายได้ให้คน กทม.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจนในมาตรการจัดการคนเร่ ร่อนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ เช่น พื้นที่สนามหลวง ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระ จันทร์ นายชูวิทย์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ และปิดการแถลงข่าวเดินเลี่ยงผู้สื่อ ข่าวไปทันที

ที่มา คมชัดลึก

4 แคนดิเดตดีเบตตลาดกทม. [27 ก.ย. 51 - 04:23]

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 06.30 น. ที่ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ มีการจัดแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.นโยบายพัฒนาตลาด กทม. นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า จะทำตลาดให้สะอาดปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขมาตรวจคุณภาพของอาหาร สินค้าต่างๆ ตลาดใดที่ได้ผ่านเกณฑ์ประเมินจะเป็นที่นิยม จะสนับสนุนให้หาบเร่ แผงลอย ขายได้ทุกวัน แต่ต้องมีการจัดระเบียบ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวว่า จะพัฒนาตลาดใหญ่ๆให้มีคุณภาพเท่าห้างบิ๊กซี หรือเทสโก้ โลตัส โดยจะเน้นความสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ ส่วนหาบเร่แผงลอยนั้น จะไม่มีการจับปรับอีกต่อไป แต่จะต้องควบคุมความสะอาดและจะส่งเสริมให้ขายได้ทุกวัน

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 กล่าวว่า ตลาดใหญ่ทั่ว กทม. อาทิ ตลาดเทเวศร์ ที่ยังขาดการบำรุงรักษา ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง กลิ่นเหม็น การระบายลงสู่คลองใกล้เคียง ตนจะเข้ามาพัฒนาสิ่งที่บกพร่อง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ค้าที่อยู่ในตลาดกับเจ้าหน้าที่ของ กทม. บวกกับนโยบายพัฒนาแก้ปัญหาตลาดที่ยังสกปรกไม่ได้มาตรฐาน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวว่า จะสานต่อโครงการตลาดสดน่าซื้อ โดยจะเน้นการนำระบบขนส่งโลจิสติก รับ-ส่งสินค้าเข้ามาใช้ โดยจะให้มีการขนส่งตอนกลางคืน เพื่อให้สินค้ามีความสดใหม่ โดยผู้ค้าไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมียืดอายุความสดของสินค้า นอกจากนั้นจะส่งเสริมให้ประชาชนเขตนอกเมือง กทม. เช่น หนองจอก ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อส่งมาขายยังพื้นที่ชั้นในของ กทม.

ชูวิทย์ไม่กลัวใคร พระเอกแบบปชป. ศึกเสาชิงช้า

choo_01.jpg

ชูวิทย์ไม่กลัวใคร พระเอกแบบปชป. ศึกเสาชิงช้า

… ขณะที่ “ตุ๊” หนุ่มใหญ่หนวดงาม ประภัสร์ จงสงวน ออกมาออดอ้อน ว่าเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นเลยทำให้คนกรุงไม่ค่อยรู้จัก และจะขอลงพื้นที่ให้หนักขึ้นเพื่อขอโอกาส แถมสำทับว่าเป็นข้าราชการมาก่อนเข้าใจขั้นตอนราชการดี จะประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้ ประเด็นหลังนี้หวังจะส่งตรงไปถึงใครบางคนที่มีประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานมา กับข้าราชการ จนตกตะกอนกลายเป็นนโยบายมาขอโอกาสในงวดนี้หรือเปล่า

เรื่องนี้คงต้องให้ผู้ใช้สิทธิ์ตัดสิน

… ส่วน ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คนมีหนวดอีกคน ยังคงสไตล์ขึงขัง เดินหน้าแฉความล้มเหลวของอดีตผู้ว่าฯ กทม.ต่อไป โดยมีประเด็นเรื่องรถดับเพลิงเป็นทีเด็ด มาขู่ว่าจะโชว์หลักฐานจากป.ป.ช.ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมประกาศท้าทายอดีตผู้ว่าฯ กทม. และพรรคต้นสังกัดว่า ถ้าอยากฟ้องก็ฟ้องเลยอย่าเอาแต่ขู่ เพราะคนอย่างชูวิทย์ไม่กลัว

ส่วนเรื่องนี้อาจเป็นศาลที่ได้ตัดสิน

… ด้าน อภิรักษ์ โกษะโยธิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาศัยความสงบสยบเคลื่อนไหว เดินหน้าปราศรัยโชว์นโยบายหาเสียงไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการตอบโต้ชี้แจง ยังปล่อยให้เป็นภาระของทีมงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาเรียงรายออกมาทำหน้าที่ปกป้อง ยุทธวิธีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทั้ง หล่อเล็ก และหล่อใหญ่ ของประชาธิปัตย์ ก็เล่นบทบาทนี้มาโดยตลอด

เป็นบทพระเอกตลอดกาลจริงๆ เชียว

ชูวิทย์ ชูรถดับเพลิง หมัดน็อกหล่อเล็ก ลั่นเปลี่ยนกระแส คนกรุงเทพฯเทคะแนนให้

ชูวิทย์ ชูรถดับเพลิง หมัดน็อกหล่อเล็ก ลั่นเปลี่ยนกระแส คนกรุงเทพฯเทคะแนนให้

นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งในช่วงครึ่งเวลาแรกว่า ขอพูดตามตรงว่าตนค่อนข้างมั่นใจ แม้ว่าคนกรุงเทพฯ จะจิตใจดี ไม่ว่าจะเจอผู้สมัครรายใดก็บอกจะเลือกทุกคน อย่างไรก็ตาม อยากให้ติดตามช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง กระแสของคนกรุงเทพฯ จะเกิด ซึ่งในช่วงเวลานั้นเหลือคู่แข่งเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนานอภิรักษ์ในฐานะแชมป์เก่า ส่วนอีกรายตนไม่กล้าฟันธงว่าจะเป็นตนหรือไม่ อยากให้ทุกคนตามลุ้นกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ส่วนที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า นำโครงการหรือนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.คนก่อนมาโจมตี มากกว่าที่จะนำเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาเพื่อคนกรุงเทพฯ นั้น ถือเป็นเรื่องการตลาดของตน เนื่องจากผู้สมัครทุกรายต่างเปิดตัวนโยบายก่อน ดังนั้น จึงต้องการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น ไม่ต้องการเหมือนผู้สมัครรายอื่น

“ถ้าจะสังเกตป้ายหาเสียงของผมจะเห็นว่าผมบอกว่าผมมองเห็นปัญหา ดังนั้น ผมจึงเอาปัญหามานำเสนอก่อน แล้วค่อยเอานโยบายมานำเสนอทีหลัง และเพื่อให้ชาวบ้านจำแม่นผมจึงเอาปัญหาของคุณอภิรักษ์มาติก่อน ถ้าพูดเรื่องนโยบายก่อนก็ไม่มัน” นายชูวิทย์กล่าว

นายชูวิทย์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ใครจะมองว่าตนเล่นการเมืองแบบเก่านั้น ที่ผ่านมาเคยยืนต้านกระแสมาแล้วสมัยเป็นส.ส.สังกัดพรรคชาติไทย แล้วมีปัญหากับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ซึ่งก็มีแต่คนว่าไม่เคารพผู้มีพระคุณ ไม่รู้จักความมีอาวุโส แต่สุดท้ายทุกคนก็เชื่อว่าตนถูก เมื่อนายบรรหารกลับคำร่วมรัฐบาล

นายชูวิทย์กล่าวย้ำว่า ดังนั้น ถ้าใครจะมองว่านำโครงการหรือนโยบายที่ไม่ประสบความสำเร็จของนายอภิรักษ์มา โจมตีก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 และ 30 ก.ย.นี้ เตรียมจะแถลงเรื่องรถดับเพลิง ซึ่งจะเป็นหมัดน็อกนายอภิรักษ์ และจะเปลี่ยนกระแสความชื่นชอบนายอภิรักษ์ ให้มาเป็นคะแนนเสียงของตนได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ไม่กลัวว่าจะเข้าข่ายมาตรา 57 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ในประเด็นของการว่ากล่าวหรือใส่ร้ายผู้สมัครรายอื่นด้วย เพราะพูดความจริงเนื่องจากเอกสารของทางราชการ ซึ่งมีลายเซ็น มีตราครุฑ และสำเนาถูกต้องด้วย ขอฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า “ผมไม่กลัว ใครจะฟ้องก็เชิญ เพราะถ้ากลัวก็ไม่ใช่คนชื่อชูวิทย์”

ที่มา คมชัดลึก

ดีเบต อภิรักษ์-ชูวิทย์-ดร.แดน โชว์กึ๋นพัฒนาสังคมฯ

ดีเบต อภิรักษ์-ชูวิทย์-ดร.แดน โชว์กึ๋นพัฒนาสังคมฯ

ดีเบต ผู้ว่าฯกทม.สุดคึกคัก ผู้สมัครแห่โชว์กึ๋นนโยบายพัฒนาสังคม อภิรักษ์ ผุดสโลแกน 24-7 ทำงาน 24 ชม. ตลอด 7 วัน ส่งเสริมสิทธิเด็ก เยาชน สตรี ผู้สูงอายุ ชูวิทย์ ชูโครงการครอบครัวรวมใจ พร้อมจัดเทศกิจเดินเท้าพิทักษ์เด็ก-สตรี ดร.แดน ตั้ง ธ.อาชีพ หนุนบ้านริมน้ำเป็นโฮมสเตย์ ติดกล้องวงจรปิด 2 แสนตัว

(20ก.ย.) ที่ห้องประชุมบำรุงรวีวรรณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี กลุ่มหญิง ชาย เพื่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ การกำหนดอนาคตของกรุงเทพฯ นโยบายการพัฒนาสังคมกรุงเทพฯ โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์อย่างคับคั่ง เช่น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล ผู้สมัครหมายเลข 6 ร.ต.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ผู้สมัครหมายเลข 3 นายวิทยา จังกอบพัฒนา ผู้สมัครหมายเลข 9 และนางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ ผู้สมัครหมายเลข 12 โดยในบรรดาผู้สมัครตัวเต็งขาดเพียง นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ที่ไม่เข้าร่วมเสวนา โดยมีกำหนดการหาเสียงที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ส่วนรูปแบบการดีเบตได้แบ่งการโชว์วิสัยทัศน์เป็น 3 รอบ และแบ่งผู้สมัครขึ้นพูดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยผู้จัดงานไม่ได้จัดให้ผู้สมัครตัวเต็งอยู่ในรอบเดียวกัน ท่ามกลางสีสันของกองเชียร์ของผู้สมัครแต่ละคน เช่น ทีมงานหาเสียงของนางลีนา ที่ขนทีมงานชายหญิงประมาณ 10 คน แต่งกายด้วยชุดไทย โดยผู้ชายโจงกระเบนสีแดง ผู้หญิงโจงกระเบนสีชมพู และมีการเป่านกหวีดเรียกชื่อนางลีนาอยู่ตลอด ขณะที่นายชูวิทย์ก็เดินเข้ามาในห้องประชุม ขณะนายอภิรักษ์กำลังแสดงวิสัยทัศน์อยู่บนเวที และระหว่างนั้นมีผู้เข้าร่วมฟังการเสวนารายหนึ่งตะโกนเชียร์นายชูวิทย์ด้วย เสียงอันดังว่า สวัสดีผู้ว่าฯ กทม. ทำให้นายชูวิทย์ถึงกับยิ้มรับด้วยความพอใจ
ส่วนผู้สมัครรายอื่นๆ ก็สร้างสีสันได้ไม่แพ้กัน เช่น นางธรณี ซึ่งสวมชุดผ้าไหมสีม่วง รองเท้าส้นสูงสีม่วง ทาตาสีม่วง ใส่แหวนเพชรขนาดใหญ่ทั้ง 10 นิ้ว พร้อมเข็มกลัดติดหน้าอกเพชรล้อมพลอย โดยระบุว่าเป็นชุดที่ใส่มาเพื่อเสริมดวง เครื่องประดับทุกชิ้นมีความหมาย และไม่ได้ใส่มาอวดใคร สำหรับ ร.อ.เมตตา หรือ ตู่-ติงลี่ ก็มาในชุดเก่งเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ สวมสูท ผ้าพันคอ และหวีผมเรียบแปล้เช่นเคย
นายอภิรักษ์กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า จะพัฒนาให้ กทม.เป็นเมืองแห่งอนาคต ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมสิทธิสตรีเด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญต่อสถาบันครอบครัว ส่งเสริมให้วันอาทิตย์เป็นวันแห่งครอบครัว จัดตั้งศูนย์สถาบันครอบครัวเปี่ยมสุข ให้คำแนะนำการแก้ปัญหา พัฒนาสายด่วน 1999 แก้ปัญหาเด็กสตรีให้อยู่ในเบอร์เดียวกับการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ใช้สโลแกนว่า 24-7 คือ ทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วันตลอดสัปดาห์ ลดความรุนแรงในครอบครัว พัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้จะติดตั้ง กล้องวงจรปิดเพื่อช่วยสอดส่องพฤติกรรม จัดตั้งกองทุนลดความรุนแรงช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกระทำ พัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขทั่วกรุงเทพฯ
นายชูวิทย์กล่าวว่า พูดเสมอว่า ผมมองเห็นปัญหา เพราะ กทม. มีความหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของคน กทม. ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ ทำให้ครอบครัวเกิดช่องว่าง จึงจะจัดให้มีโครงการ ครอบครัวรวมใจ โดยจัดเวทีให้พ่อแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวและลูกมาปรึกษาหารือกัน เพื่อหาทางออกของปัญหา ส่วนเรื่องการส่งเสริมสิทธิสตรีทุกเขตทั้ง 50 เขต ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลสิทธิสตรีเด็กคนพิการและผู้สูงอายุ พร้อมจัดเทศกิจชุมชนออกเดินตรวจตราเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่สตรีและเด็ก พร้อมจัดสวัสดิการเมืองคือ เรียนฟรี มีสนามกีฬาฟรี มีสวนสาธารณะให้นั่งเล่น
มีคนบอกว่าเห็นตัวจริงผมแล้วบอกว่าหล่อกว่ารูปที่อยู่ในโปสเตอร์ ผมเลยตอกกลับไปว่า ถ้าอยากเห็นคนหล่อให้ไปดูละคร แต่ถ้าอยากเห็นคนทำงานต้องมาดูที่ผม เพราะคนทำงานจะมีหน้าตาอย่างผมที่มีบุคลิกลักษณะจริงจัง ตรงชัดเจน ผมไม่สามารถยิ้มพิมพ์นิยมเหมือนคนอื่นได้ ที่สำคัญ ต้องพูดปัญหาก่อน ส่วนนโยบายมาทีหลัง นายชูวิทย์กล่าว
ดร.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า จะก่อตั้งธนาคารอาชีพเพื่อฝึกอาชีพใหม่ๆ ให้คนกรุงเทพฯ เหมือนเป็นเถ้าแก่น้อยของ กทม. บริหารในระบบแฟรนไชส์คนจน มีกองทุนเพื่อสนับสนุนงบประมาณ ผู้ผ่านการอบรมจะมีประกาศนียบัตรรับรอง สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันชาวบ้านที่มีบ้านริมคลองจะพัฒนาให้เป็นโฮมสเตย์ทุกหลัง บ้านหลังไหนเก่าแก่จะให้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเสริม สร้างรายได้ให้ชุมชน ส่วนมาตรการความปลอดภัย จะสร้างความปลอดภัยแก่สตรีใน กทม.ให้สำเร็จให้ได้เป็นครั้งแรกใน กทม. ตั้งศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งซีซีทีวี 2 แสนตัวทั่ว กทม. ซึ่งจะช่วยทำให้คนไม่กล้ากระทำความผิด พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างในที่เปลี่ยวทุกจุด รวมทั้งจัดรถขบวนพิเศษสำหรับผู้หญิงป้องกันไม่ให้ผู้หญิงถูกลวนลาม
ร.อ.เมตตากล่าวว่า จะใช้งบประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท นำมาจัดสรรที่อยู่อาศัยฟรีให้คนจนอยู่โดย กทม.จะเป็นคนจ่ายค่าบ้านให้
ขณะนี้คะแนนผมตามคุณชูวิทย์มาติดๆ คุณชูวิทย์แรงต้น แต่ผมแรงปลาย ผมมีฐานเสียงเป็นคนจน เพราะเมื่อก่อนเคยเป็นเจ้ามือบ่อนม้านำเงินที่ได้มาช่วยคนจน ร.อ.เมตตากล่าว

ที่มา nationchannel.com

ชูวิทย์ ลุยศาลาว่าการฯกทม. ให้คำมั่นล้างทุจริตให้หมด


ชูวิทย์ ลุยศาลาว่าการฯกทม. ให้คำมั่นล้างทุจริตให้หมด

ชู วิทย์ บุกศาลาว่าการ กทม.ให้คำมั่นต่อหน้าพระพุทธนวราชบพิธ พระประจำ กทม.หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะกวาดล้างทุจริตและทำประโยชน์ให้คนกรุงเทพฯ หากไม่ปฏิบัติตามขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน พร้อมสะสางคดีที่ข้าราชการ ฟ้องอดีตผู้ว่าฯกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องพิจารณาขั้น ข้าราชการจะอยู่ดีมีสุข มีแฟลตให้อยู่จนถึงเกษียณ

(19ก.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เข้าสักการะพระพุทธนวราชบพิธ พระประจำ กทม. พร้อมกล่าวคำมั่นสัญญา ว่าหากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะตั้งใจกวาดล้างทุจริต และทำประโยชน์ให้กับคนกรุงเทพฯ หากไม่ปฏิบัติตามคำกล่าวขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน พร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าวหน้าศาลาว่าการ กทม. มีข้าราชการ กทม.ร่วมฟังจำนวนมาก บรรยากาศทั่วไปจะมีเสียงปรบมือเป็นระยะ ๆ เมื่อนายชูวิทย์กล่าวนโยบายที่ถูกใจ
นายชูวิทย์  ได้นำสัญลักษณ์ (โลโก้) ของ กทม.เป็นช้างเอราวัณมาแสดง คู่กับโลโก้ใหม่ ซึ่งอดีตผู้ว่าฯ กทม.ริเริ่มขึ้น เป็นสัญลักษณ์กลีบลำดวน พร้อมกล่าวว่า หากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะใช้สัญลักษณ์ช้างเอราวัณเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าสัญลักษณ์กลีบลำดวนตอนนี้คดียังค้างอยู่ที่สำนักงานการตรวจ เงินแผ่นดิน (สตง.)เนื่องจากบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ผลิตยังไม่สามารถเรียกเก็บเงินจาก กทม.ได้ แต่ กทม.ก็นำมาใช้แล้ว ตนเห็นว่า
นอกจากนี้ นายชูวิทย์ กล่าวว่า จะสะสางคดีเมื่อปี 2548 กลุ่มข้าราชการ 315 คน ประกอบด้วยข้าราชการ ซี 7-8 , ซี 8-9 ระดับหัวหน้าฝ่าย และผู้อำนวยการเขต ยื่นฟ้องศาลปกครอง เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาขั้น เรื่องยังอยู่ในศาลปกคตรอง หากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะมาเคลียร์เรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อย  ซึ่งเรียกเสียงปรบมือจากข้าราชการ กทม.อยากกึกก้อง
นายชูวิทย์ กล่าวยังกล่าวถึงสวัสดิการของข้าราชการ กทม.ว่า จะเข้ามาปรับปรุง ดูแล จะไม่ให้ข้าราชการต้อยต่ำ เช่น ไม่ให้ถือกระเป๋าให้ภรรยาผู้บริหาร กทม. ไม่ให้ภรรยาผู้บริหาร กทม.ตั้งบริษัทประชาสัมพันธ์หาผลประโยชน์  ไม่จับมือกับชาวบ้านแล้วรีบวิ่งไปล้างมือ จะมีที่พักข้าราชการหรือแฟลตให้อยู่ได้จนถึงเกษียณอายุราชการ เมื่อข้าราชการอยู่ดีมีสุข ประชาชนก็จะได้รับบริการที่ดีตามมา
หลังจากแถลงข่าวเสร็จ นายชูวิทย์ ได้เดินทางไปที่ห้องประชาสัมพันธ์ กทม.และขึ้นไปดูห้องทำงานผู้ว่าฯ กทม.ด้วย.

ที่มา nationchannel.com

ชูวิทย์เปิดตัว ลูกสาว-ลูกชาย ช่วยหาเสียงสยามสแควร์

choo_01.jpg
ชูวิทย์เปิดตัว ลูกสาว-ลูกชาย ช่วยหาเสียงสยามสแควร์

ชู วิทย์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 เปิดตัวลูกสาวลูกชาย ช่วยหาเสียงย่านวัยรุ่น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เร็วสุด ให้บรรยากาศการค้าขาย ธุรกิจท่องเที่ยวคืนมา หลังลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างมาบุญครอง พบบรรยาเงียบเหงา นักท่องเที่ยวต่างประเทศหายหมด

(13ก.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงในย่านมาบุญครอง และสยามสแควร์ พร้อมเปิดตัวลูกชายและลูกสาว 3 คน ได้แก่ น.ส.ตระการตา (ต๊ะ) กมลวิศิษฏ์,นายต้นตระกูล (ต้น) กมลวิศิษฏ์ และ ด.ช.ต่อตระกูล กมลวิศิษฏ์ (ต่อ) ร่วมหาเสียงครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและวัยรุ่นที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของในวัน หยุด
นายชูวิทย์ กล่าวว่า นำลูกมาช่วยหาเสียงเพื่อให้เห็นการทำงาน และสัมผัสประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบบรรยากาศการค้าขายซบเซามาก น่าสงสารพ่อค้าแม่ค้า เพราะไม่มีลูกค้า โดยเฉพาะชาวต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้น ขอเรียกร้องไม่ต้องห่วงเรื่องการหาตัวนายกรัฐมนตรี มีคนเป็นแน่นอน แต่เวลานี้ขอให้ยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วที่ สุด เพื่อให้การค้าการขาย ธุรกิจท่องเที่ยว รวมทั้งทุกอย่างในบ้านเมืองกลับมาเป็นปกติสุข ชาวต่างประเทศจะได้กลับมา เพราะเวลานี้ชาวต่างประเทศเขากลัว จะลดราคาอะไรก็ไม่มา
“ไม่เคยเปิดตัว ผมเป็นคนระวังตัวลูกชาย ลูกสาวผม ไม่เคยมาออกหน้า ออกตา วันนี้ก็เห็นว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เปิดเผยตัวว่า ผมเองก็มีลูกชาย ลูกสาวก็ดูแลเขา อยากให้เขาได้มารู้จักว่าวันหนึ่งข้างหน้า ผมไปทำงานรับใช้ชาวบ้าน จะได้รู้ จะได้สัมผัส จะได้เห็นความเป็นจริง รับรู้ปัญหา” นายชูวิทย์ กล่าว และว่า ยังมีลูกชายอีก 1 คน คือนายเติมตระกูล กมลวิศิษฏ์ ซึ่งขณะนี้ศึกษาอยู่ต่างประเทศ
ด้านลูกสาวและลูกชาย กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่มาช่วยหาเสียงครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวขอคะแนนเสียงให้ผู้เป็นพ่อ หมายเลข 8 ซึ่งไม่หล่อแต่เป็นคนดีและทำงานจริง และทั้งหมดจะไปช่วยหาคะแนนเสียงจากเพื่อนในสถาบันการศึกษาเดียวกันด้วย

ที่มา nationchannel.com

คลิป วิดิโอ จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 1/6
จับเข่าคุย ผู้ว่า ก.ท.ม. อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน ประภัสร์ 1/6 : มาดูกันว่า วิสัยทัศน์ ของสี่ผู้ลงสมัคร การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม 2551 เป็นอย่างไร ออกอากาศ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2551

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 1/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40941

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 2/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40942

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 3/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40943

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 4/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40944

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 5/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40945

จับเข่าคุย ผู้ว่ากทม อภิรักษ์ ชูวิทย์ ดร.แดน 6/6
http://video.showded.com/watch?vdoId=40946

กกต.ไม่ห้าม-อัดผลงานเก่า [19 ก.ย. 51 - 03:56]

choo_00.jpg

นาย พิงค์ รุ่งสมัย ประธาน กกต.กทม. ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผู้สมัครบางคนได้ใช้วิธีการขึ้นป้ายหาเสียง การแถลงข่าวพาดพิง โจมตี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.รายอื่น ว่า ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 มาตรา 57 ข้อ 5 ได้ห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้าย หรือจูงใจให้ เข้าใจผิดในเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใด อย่างไรก็ตาม การที่มีผู้สมัครบางคนหาเสียงโดยการยกการทำงานของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่สำเร็จนั้น ตามความเห็นส่วนตัวมองว่าสามารถทำได้ ตราบใดที่การบอกเล่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งหากผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบไม่ยื่นเรื่องร้องเรียนมา กกต.กทม.คงไปดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ได้รับการพาดพิงนั้นสามารถยื่นเรื่องได้ตั้งแต่วันที่ได้รับการ พาดพิง โจมตี หรือหลังจากที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว 30 วัน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.กทม.เร่งตรวจสอบป้ายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่นำเรื่องโครงการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิง กทม. มาโจมตีนายอภิรักษ์ เนื่องจากประชาชนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอาจจะเกิดความ สับสน เข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ ทางคณะทำงานของนายอภิรักษ์จะจับตาดูการหาเสียงของนายชูวิทย์ในช่วงสัปดาห์ นี้ว่าจะเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากมีนายชูวิทย์ต้องรับผิดชอบ และพรรคอาจนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม.