• Home
  • About

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

ปชป.ปล่อยรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายอภิรักษ์ ลั่น7 วันที่เหลือพร้อมชนคู่แข่งกลางเวทีดีเบตทุกงาน ด้าน อภิสิทธิ์ โวยคู่แข่งโจมตีใส่ร้าย ปลุก ส.ส.-ส.ก.ช่วยหาเสียง

เวลา08.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วม งานปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันลง คะแนนเลือกตั้ง5 ตุลาคมนี้

นายอภิรักษ์กล่าวว่าขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยอม รับว่ามีการโจมตีตนอย่างหนัก ไม่เว้นแต่การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ขอยืนยัน ว่าตนจะไม่หนีเวทีดีเบต พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ผลสำรวจจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ หนึ่ง แต่ตนทราบมาว่าได้มีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆ ใช้วิธีการโจม ตีนายอภิรักษ์ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้นเหลืออีก 7 วันอยากให้ใช้ความทุ่มเทเอา ความจริงไปสู้ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิก ประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนักเพื่อชัยชนะของ นายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของชาว กทม.ทุกคน

ที่มา คมชัดลึก

ดีเบต อภิรักษ์-ชูวิทย์-ดร.แดน โชว์กึ๋นพัฒนาสังคมฯ

ดีเบต อภิรักษ์-ชูวิทย์-ดร.แดน โชว์กึ๋นพัฒนาสังคมฯ

ดีเบต ผู้ว่าฯกทม.สุดคึกคัก ผู้สมัครแห่โชว์กึ๋นนโยบายพัฒนาสังคม อภิรักษ์ ผุดสโลแกน 24-7 ทำงาน 24 ชม. ตลอด 7 วัน ส่งเสริมสิทธิเด็ก เยาชน สตรี ผู้สูงอายุ ชูวิทย์ ชูโครงการครอบครัวรวมใจ พร้อมจัดเทศกิจเดินเท้าพิทักษ์เด็ก-สตรี ดร.แดน ตั้ง ธ.อาชีพ หนุนบ้านริมน้ำเป็นโฮมสเตย์ ติดกล้องวงจรปิด 2 แสนตัว

(20ก.ย.) ที่ห้องประชุมบำรุงรวีวรรณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี กลุ่มหญิง ชาย เพื่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ การกำหนดอนาคตของกรุงเทพฯ นโยบายการพัฒนาสังคมกรุงเทพฯ โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์อย่างคับคั่ง เช่น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 นางลีนา จังจรรจา ผู้สมัครหมายเลข 7 นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล ผู้สมัครหมายเลข 6 ร.ต.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ผู้สมัครหมายเลข 3 นายวิทยา จังกอบพัฒนา ผู้สมัครหมายเลข 9 และนางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ ผู้สมัครหมายเลข 12 โดยในบรรดาผู้สมัครตัวเต็งขาดเพียง นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ที่ไม่เข้าร่วมเสวนา โดยมีกำหนดการหาเสียงที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน
ส่วนรูปแบบการดีเบตได้แบ่งการโชว์วิสัยทัศน์เป็น 3 รอบ และแบ่งผู้สมัครขึ้นพูดเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยผู้จัดงานไม่ได้จัดให้ผู้สมัครตัวเต็งอยู่ในรอบเดียวกัน ท่ามกลางสีสันของกองเชียร์ของผู้สมัครแต่ละคน เช่น ทีมงานหาเสียงของนางลีนา ที่ขนทีมงานชายหญิงประมาณ 10 คน แต่งกายด้วยชุดไทย โดยผู้ชายโจงกระเบนสีแดง ผู้หญิงโจงกระเบนสีชมพู และมีการเป่านกหวีดเรียกชื่อนางลีนาอยู่ตลอด ขณะที่นายชูวิทย์ก็เดินเข้ามาในห้องประชุม ขณะนายอภิรักษ์กำลังแสดงวิสัยทัศน์อยู่บนเวที และระหว่างนั้นมีผู้เข้าร่วมฟังการเสวนารายหนึ่งตะโกนเชียร์นายชูวิทย์ด้วย เสียงอันดังว่า สวัสดีผู้ว่าฯ กทม. ทำให้นายชูวิทย์ถึงกับยิ้มรับด้วยความพอใจ
ส่วนผู้สมัครรายอื่นๆ ก็สร้างสีสันได้ไม่แพ้กัน เช่น นางธรณี ซึ่งสวมชุดผ้าไหมสีม่วง รองเท้าส้นสูงสีม่วง ทาตาสีม่วง ใส่แหวนเพชรขนาดใหญ่ทั้ง 10 นิ้ว พร้อมเข็มกลัดติดหน้าอกเพชรล้อมพลอย โดยระบุว่าเป็นชุดที่ใส่มาเพื่อเสริมดวง เครื่องประดับทุกชิ้นมีความหมาย และไม่ได้ใส่มาอวดใคร สำหรับ ร.อ.เมตตา หรือ ตู่-ติงลี่ ก็มาในชุดเก่งเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ สวมสูท ผ้าพันคอ และหวีผมเรียบแปล้เช่นเคย
นายอภิรักษ์กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า จะพัฒนาให้ กทม.เป็นเมืองแห่งอนาคต ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมสิทธิสตรีเด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญต่อสถาบันครอบครัว ส่งเสริมให้วันอาทิตย์เป็นวันแห่งครอบครัว จัดตั้งศูนย์สถาบันครอบครัวเปี่ยมสุข ให้คำแนะนำการแก้ปัญหา พัฒนาสายด่วน 1999 แก้ปัญหาเด็กสตรีให้อยู่ในเบอร์เดียวกับการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ใช้สโลแกนว่า 24-7 คือ ทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วันตลอดสัปดาห์ ลดความรุนแรงในครอบครัว พัฒนาให้ชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้จะติดตั้ง กล้องวงจรปิดเพื่อช่วยสอดส่องพฤติกรรม จัดตั้งกองทุนลดความรุนแรงช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกระทำ พัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขทั่วกรุงเทพฯ
นายชูวิทย์กล่าวว่า พูดเสมอว่า ผมมองเห็นปัญหา เพราะ กทม. มีความหลากหลาย ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของคน กทม. ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ ทำให้ครอบครัวเกิดช่องว่าง จึงจะจัดให้มีโครงการ ครอบครัวรวมใจ โดยจัดเวทีให้พ่อแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวและลูกมาปรึกษาหารือกัน เพื่อหาทางออกของปัญหา ส่วนเรื่องการส่งเสริมสิทธิสตรีทุกเขตทั้ง 50 เขต ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ดูแลสิทธิสตรีเด็กคนพิการและผู้สูงอายุ พร้อมจัดเทศกิจชุมชนออกเดินตรวจตราเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่สตรีและเด็ก พร้อมจัดสวัสดิการเมืองคือ เรียนฟรี มีสนามกีฬาฟรี มีสวนสาธารณะให้นั่งเล่น
มีคนบอกว่าเห็นตัวจริงผมแล้วบอกว่าหล่อกว่ารูปที่อยู่ในโปสเตอร์ ผมเลยตอกกลับไปว่า ถ้าอยากเห็นคนหล่อให้ไปดูละคร แต่ถ้าอยากเห็นคนทำงานต้องมาดูที่ผม เพราะคนทำงานจะมีหน้าตาอย่างผมที่มีบุคลิกลักษณะจริงจัง ตรงชัดเจน ผมไม่สามารถยิ้มพิมพ์นิยมเหมือนคนอื่นได้ ที่สำคัญ ต้องพูดปัญหาก่อน ส่วนนโยบายมาทีหลัง นายชูวิทย์กล่าว
ดร.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า จะก่อตั้งธนาคารอาชีพเพื่อฝึกอาชีพใหม่ๆ ให้คนกรุงเทพฯ เหมือนเป็นเถ้าแก่น้อยของ กทม. บริหารในระบบแฟรนไชส์คนจน มีกองทุนเพื่อสนับสนุนงบประมาณ ผู้ผ่านการอบรมจะมีประกาศนียบัตรรับรอง สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันชาวบ้านที่มีบ้านริมคลองจะพัฒนาให้เป็นโฮมสเตย์ทุกหลัง บ้านหลังไหนเก่าแก่จะให้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเสริม สร้างรายได้ให้ชุมชน ส่วนมาตรการความปลอดภัย จะสร้างความปลอดภัยแก่สตรีใน กทม.ให้สำเร็จให้ได้เป็นครั้งแรกใน กทม. ตั้งศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งซีซีทีวี 2 แสนตัวทั่ว กทม. ซึ่งจะช่วยทำให้คนไม่กล้ากระทำความผิด พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างในที่เปลี่ยวทุกจุด รวมทั้งจัดรถขบวนพิเศษสำหรับผู้หญิงป้องกันไม่ให้ผู้หญิงถูกลวนลาม
ร.อ.เมตตากล่าวว่า จะใช้งบประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท นำมาจัดสรรที่อยู่อาศัยฟรีให้คนจนอยู่โดย กทม.จะเป็นคนจ่ายค่าบ้านให้
ขณะนี้คะแนนผมตามคุณชูวิทย์มาติดๆ คุณชูวิทย์แรงต้น แต่ผมแรงปลาย ผมมีฐานเสียงเป็นคนจน เพราะเมื่อก่อนเคยเป็นเจ้ามือบ่อนม้านำเงินที่ได้มาช่วยคนจน ร.อ.เมตตากล่าว

ที่มา nationchannel.com

3 ตัวเต็งผู้ว่าดีเบตแก้รถติด [17 ก.ย. 51 - 04:19]

traffic_00.jpg

3 ตัวเต็งผู้ว่าดีเบตแก้รถติด [17 ก.ย. 51 - 04:19]

เมื่อ เวลา 17.00 น. วันที่ 16 ก.ย. 51 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการจัดดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาจราจร โดยนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การแก้ปัญหาจราจรไม่ได้มีเพียงแต่การเพิ่ม หรือเชื่อมโยงระบบขนส่งเท่านั้น แต่จะต้องดูระบบของ ถนนทุกเส้นของ กทม. ว่ามีความเชื่อมต่อกันหรือไม่ เบื้องต้นจะต้องมีการปรับปรุง ซ่อมแซมพื้นผิวถนนให้เรียบ เนื่องจากสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัดมาจากรถยนต์ชะลอตัวเมื่อเจอ อุปสรรคบนผิวถนน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 กล่าวว่า จะพัฒนาความเจริญให้เข้าไปสู่ปริมณฑลรอบพื้นที่ กทม. เช่น สร้างโรงพยาบาล สถานศึกษา เพื่อลดการเคลื่อนย้ายประชาชนเข้ามาสู่ใจกลางเมืองหลวงโดยไม่จำเป็น แต่หากประชาชนมีความจำเป็น ก็จะทำระบบเชื่อมโยงการเดินทางสาธารณะทั้งหมดคือ รถไฟ รถไฟฟ้า และรถ ขสมก. ให้เข้าด้วยกัน จะขอ ความร่วมมือห้างสรรพสินค้า เพื่อใช้ที่จอดรถในห้าง ขณะยังไม่เปิดทำการ เป็นจุดจอดรถสำหรับผู้ปกครองที่จะไปส่งนักเรียนด้วยรถไฟฟ้า ส่วนใน กทม. ชั้นใน จะเชื่อมการเดินทางของประชาชน โดยทำชัตเตอร์บัสระยะใกล้ๆ  ระหว่างรถไฟฟ้า  ที่ทำงาน  สร้างสะพานสกายวอร์กเพื่อเชื่อมต่อจากระบบขนส่งไปยังสถานที่ทำงาน ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะทำร่วมกับเอกชน

นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หมายเลข 2 กล่าวว่า จะขีดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางบางส่วนใหม่ในบางส่วนที่มองว่าเป็นปัญหา เช่น ลดระยะการวิ่งรับผู้โดยสารจากวิ่งยาว ไม่มีผู้โดยสาร ให้เป็นวิ่งสั้นแล้วมีผู้โดยสาร จะขีดเส้นรถประจำทางให้เข้าถึงกระดูกรางรถไฟฟ้า ซึ่งแนว ทางดังกล่าวนั้นจะทำร่วมกับภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง.

ที่มา ไทยรัฐ