อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2

อภิรักษ์ ทิ้งคู่แข่งกระจุย ได้คะแนนเฉียดล้าน ประภัสร์ ได้แค่ 5แสน แซง ชูวิทย์ ขึ้นที่ 2
อภิรักษ์ คะแนนนำห่าง รู้ผลตั้งแต่ เอ็กซิทโพลทุกสำนักระบุได้เป็นผู้ว่าฯกทม.อีกสมัย ได้คะแนนเฉียดล้าน 991,018 คะแนน (45.93%) ประภัสร์ รับความพ่ายแพ้ขาดลอย ได้มา 543,488 คะแนน (25.19%) ชูวิทย์ 340,616 คะแนน (15.79%) ดร.แดน ทำใจได้ 260,051 คะแนน ลีน่า จัง ไม่ถึงหมื่นได้แค่ 6,267 คะแนน
ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ชนะการเลือกตั้งอย่างลอยลำ ทิ้งห่างนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 จากพรรคพลังประชาชน ที่ได้อันดับสองอยู่หลายช่วงตัว ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 ตามมาในอันดับสาม นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ตามมาเป็นอันดับสี่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.ประเมินว่า มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 54% อย่างไรก็ตาม นายอภิรักษ์ยังต้องรอผลการสอบสวนของ กกต.กลางในคดีมีผู้ร้องเรียนว่า ป้ายโฆษณาของ กทม.ส่อเอื้อประโยชน์ โดย กกต.กลางนัดประชุมคดีดังกล่าวครั้งแรกในวันอังคารที่ 7 ตุลาคมนี้
เวลา 23.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม นายพงษ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างไม่เป็นทางการว่า ล่าสุดนับบัตรเลือกตั้ง 2,214,315 ใบ คิดเป็นร้อยละ 100 มีจำนวนบัตรเสีย 19,376 ใบ คิดเป็นร้อยละ 0.88 น้อยกว่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่มีถึงร้อยละ 2.42 มีบัตรไม่ออกเสียง 37,345 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.69 มากกว่าครั้งที่แล้ว ที่มีเพียงร้อยละ 1.08 มีบัตรดี 2,157,599 ใบ คิดเป็นร้อยละ 97.44 โดยผลคะแนนนี้จะส่งให้ กกต.รับรองทันที สำหรับคะแนนของผู้สมัครทั้ง 16 คน 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ 991,018 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.93 มากกว่าคะแนนเดิมที่เคยทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อน ที่ได้ 911,441 คะแนน แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านคะแนน
2.นายประภัสร์ จงสงวน 543,488 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 25.19
3.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ 340,616 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 15.79 มากกว่าคะแนนเดิมที่ทำไว้ 334,168 คะแนน
4.นางเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ 260,051 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 12.05
5.นางลีนา จังจรรจา 6,267 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.29
6.นายวิทยา จังกอบพัฒนา 3,759 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.17
7.นายวราวุธ ฐานังกรณ์ 2,771 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.13
8.ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ 2,105 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
9.นายกิตติศักดิ์ ถิรวิศิษฎ์ 2,102 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.10
10.นางสาววชิราภรณ์ อายุยืน 1,140 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
11.นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล 1,079 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.05
12.นางธรณี ฤทธีธรรมรงค์ 852 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
13.นายภพศักดิ์ ปานสีทอง 811 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.04
14.นายอุดม วิบูลเทพาชาติ 617 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.03
15.นายสมชาย ไพบูลย์ 503 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.02
16.ว่าที่ พ.ต.นิพนธ์ ซิ้มประยูร 421 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.12
สำหรับเขตที่ใช้สิทธิน้อยที่สุด ได้แก่ คลองเตย 48.082% ดุสิต 49.05% ราชเทวี 49.46% ดอนเมือง 50.84% วัฒนา 51.27% เขตที่ใช้สิทธิสูงสุด ทวีวัฒนา 61.52% พญาไท 59.1% สัมพันธวงศ์ 58.78% ลาดพร้าว 58.69% สะพานสูง 58.44% ส่วนเขตที่นับคะแนนเสร็จสมบูรณ์เป็นเขตแรก เมื่อเวลา 20.05 น. คือ เขตทวีวัฒนา มีผู้ใช้สิทธิ 32,076 คน คิดเป็น 61.52% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,139 คน
เอ็กซิทโพล3สำนัก “อภิรักษ์” นำลิ่ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 15.00 น. โพล 3 สำนักประกอบด้วย สวนดุสิตโพล เอแบคโพลล์ และรามคำแหงโพล ได้เปิดเผยเอ็กซิทโพล (EXIT POLL) ซึ่งเป็นการสอบถามผู้ใช้สิทธิภายหลังลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ สวนดุสิตโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้รับคะแนนเสียง 52.08% อันดับ 2 นายประภัสร์ 23.23% อันดับ 3 นายชูวิทย์ 12.10% และอันดับ 4 นายเกรียงศักดิ์ 11.40% ขณะที่เอแบคโพลล์รายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 44.07% นายประภัสร์ 23.90% นายชูวิทย์ 14.18% นายเกรียงศักดิ์ 12.64% ด้านรามคำแหงโพลรายงานผลว่า นายอภิรักษ์ได้ 45.34% นายประภัสร์ 24.03% นายเกรียงศักดิ์ 13.91% และนายชูวิทย์ 13.58%
โพลชี้ “อภิรักษ์”ได้คะแนนเกิน 1 ล้านเสียง
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจเอ็กซิทโพลของเอแบคโพลล์ระบุชัดว่า นายอภิรักษ์นำคู่แข่งแบบทิ้งขาด และจากการคำนวณทางสถิติประเมินว่า นายอภิรักษ์จะได้คะแนนเสียงจากคนกรุงเทพฯ ถึง 1,129,641 คะแนน จากผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 65.56 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4 ล้านคน ส่วนนายประภัสร์ จะได้ 622,115 คะแนน ทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากผลโพลก่อนการเลือกตั้งมากนัก แต่ที่น่าสังเกตคือ นายประภัสร์มีอันดับที่ก้าวกระโดดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ได้อันดับ 2 ส่วนนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง นายประภัสร์กลับมีคะแนนกระเตื้องขึ้นเป็นอันดับ 2 แทน จึงเชื่อว่าความเป็นพรรคมีส่วนช่วยดึงคะแนนเสียง โดยเฉพาะจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เนื่องจากเป็นตัวแทนของคนในชุมชน
สอดคล้องกับของรามคำแหงโพลทั้งนี้ นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะประธานศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า จากผลการสำรวจเอ็กซิทโพลพบว่า นายอภิรักษ์มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างผู้สมัครรายอื่นๆ แต่ที่แตกต่างจากผลสำรวจของรามคำแหงโพลช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งคือ นายประภัสร์และนายชูวิทย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 และนายประภัสร์ อันดับ 3 แต่หลังปิดหีบเลือกตั้งกลับพบว่า นายประภัสร์มีคะแนนขยับสูงขึ้นเป็นอันดับ 2 ส่วนนายชูวิทย์ตกไปอยู่อันดับ 3 ทั้งนี้ สาเหตุอาจมาจากเหตุการณ์ชกต่อยของนายชูวิทย์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม หากประชาชนไปลงคะแนนเสียงเกินร้อยละ 60 เชื่อว่านายอภิรักษ์จะได้รับคะแนนมากกว่า 1 ล้านเสียงแน่นอน
เขตชั้นใน “โนโหวต” มากสุด
ผลสำรวจยังพบอีกว่า เขตที่มีผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนเลือกใคร (โนโหวต) มากที่สุด 5 ลำดับแรก ดังนี้ ดุสิต ปทุมวัน ตลิ่งชัน พญาไท และคลองสาน ส่วนเขตที่ผู้ใช้สิทธิกาช่องไม่ลงคะแนนน้อยที่สุด 5 อันดับแรก คือ หนองจอก คลองสามวา สายไหม ลาดกระบัง และมีนบุรี
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. แถลงหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า โดยภาพรวมตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการทุจริตเลือกตั้ง พบเพียงเรื่องร้องเรียนบัญชีรายชื่อตกหล่น ซึ่งจากการตรวจสอบไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของ กทม. แต่เป็นความสับสนของประชาชน เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 1 ปี ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป
กกต.ยันรับรองผลใน7วัน
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.รับเรื่องการทุจริตเลือกตั้งแล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่องป้ายหาเสียงเลือกตั้ง และการแจกไวไฟ ส่วนอีก 1 เรื่องอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ ปีนี้ถือว่าน้อยกว่าปี 2547 ถือเป็นเรื่องดี มั่นใจว่าจะสามารถรับรองผลการได้ภายใน 7 วัน “อภิรักษ์” สัญญาซื่อสัตย์ในหน้าที่
เวลา 22.45 น. นายอภิรักษ์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า หลังจาก กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยจะผลักดันนโยบาย 5 ด้านตามที่หาเสียงไว้ และส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการระดับเขต เพื่อให้ทำงานในชุมชน ตั้งคณะกรรมการจากทุกสาขาอาชีพต่างๆ กลุ่มสตรี วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และผู้พิการ และตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมของ กทม.และว่ามีบทเรียนกรณีถูกร้องเรียน ดังนั้นใน 4 ปีจากนี้ จะผลักดันกลไกตรวจสอบจากภาคประชาชนให้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาทุจริต อีกทั้งจะเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เพื่อให้การบริหารงานทันสมัยขึ้นด้วย
“2หล่อ” แถลงขอบคุณทุกเสียง
ก่อนหน้านี้ เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และทีมงานพรรค ร่วมแถลงขอบคุณประชาชนภายหลังจากทราบผลเอ็กซิลโพล ระหว่างแถลงมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 20 คน ถือมือตบมาปรบให้กำลังใจ และขอให้นายอภิรักษ์เซ็นชื่อลงบนมือตบด้วย
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หาก กกต.ให้การรับรองนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯกทม. ทางพรรคจะทุ่มเทแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเร็ว มีหลายเรื่องเร่งด่วน ทั้งเรื่องน้ำท่วม ภัยพิบัต ยาเสพติด รวมถึงนโยบาย 5 ข้อที่นายอภิรักษ์หาเสียงเอาไว้ เชื่อว่านายอภิรักษ์จะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ แต่ถ้าเรื่องไหนรัฐบาลเห็นว่าแก้ปัญหาได้ดีกว่า ก็ทำไป แต่ที่ผ่านมานายอภิรักษ์ได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลมาหลายสมัย คิดว่ารัฐบาลคงจะใจกว้างพอ โดยไม่คำนึงสังกัดพรรค
เร่งงานด่วน “น้ำท่วม-จราจร”
นายอภิรักษ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนไว้วางใจ ปัญหาแรกที่จะเร่งแก้ไขคือ น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วม และจะแก้ปัญหาการจราจร โดยเฉพาะรถติดจะวางระบบให้เรียบร้อย นอกจากนี้ จะเร่งนโยบายให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน และร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ดึงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา สตรี และผู้พิการ ร่วมสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมกันตรวจสอบนโยบายเพื่อให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการให้มากที่สุด
“ประภัสร์” รับสภาพ “พ่ายแพ้”
เวลา 15.40 น. นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน พร้อมนายอุดมเดช รัตนเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ร่วมแถลงภายหลังการปิดหีบบัตรลงคะแนน โดยนายประภัสร์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้ เพราะถ้าปราศจากคนเหล่านี้ คงไม่มีคะแนน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ยอมรับ แต่คงไม่มาประเมินว่าตกเป็นรองเพราะเงื่อนไขใด ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าเสนอตัวเองมาทำงานให้ชาว กทม. ไม่เกี่ยวกับพรรคและการเมือง ขอให้ชาว กทม.เลือกด้วยเหตุผลว่าจะทำอะไรให้ อย่าไปยึดเรื่องพรรค
ที่มา มติชน
อภิรักษ์ฉลองชัย ขอบคุณ991,018เสียง โหวตให้
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรค เปิดแถลงข่าวขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ให้ทำหน้าที่ต่อไปอีก 4 ปี
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
ทั้งนี้ ผลการนับคะแนน 100% จากจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ในกรุงเทพฯ ร้อยละ 54 มีดังนี้
นายอภิรักษ์ได้ 991,018 คะแนน
นายประภัสร์ จงสงวน ได้ 543,488 คะแนน
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้ 340,616 คะแนน
นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ ได้ 260,051 คะแนน
นางลีน่า จังจรรจา ได้ 6,667 คะแนน
นายอภิรักษ์ แถลง อย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 22.50 น. ว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณประชาชนที่ได้ใช้สิทธิ์ออกมาเลือกตั้งกัน อย่างเต็มที่ ขอให้คำมั่นสัญญาจะผลักดันแนวนโยบาย 5 ด้านที่ได้หาเสียงเอาไว้ ตนจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตร่วมกับข้าราชการกทม. และที่ผ่านมาตลอด 4 ปี ตนยึดมั่นทำงานด้วยความซื่อสัตย์แม้จะถูกฟ้องร้องในบางเรื่องก็ตาม ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงมาโดยตลอด และในอนาคตอีก 4 ปีตนจะผลักดันให้เกิดการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในภาคประชาชน และให้กทม.เป็นเมืองน่าอยู่ต่อไป อีกทั้งจะผลักดันให้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารราชการกทม. 2528 ให้สำเร็จ ทั้งนี้ หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลอย่างเป็นทางการแล้ว ตนก็จะเริ่มปฏิบัติงานทันที
หาเสียงผู้ว่าฯวันสุดท้ายคึกคัก”อภิรักษ์-ประภัสร์”ลุยทั่วกทม.
“อภิสิทธิ์”นำขุนพลปชป.ขึ้นรถหาเสียงให้”อภิรักษ์”ทั่วกรุง ด้าน”ประภัสร์”ปล่อยขบวนรถลุย 50 เขต ขณะที่”เกรียงศักดิ์”ขึ้นรถขอคะแนนวันสุดท้าย ส่วน”ชูวิทย์”นำทีมแรลลี่ชักธงหาเสียงวันสุดท้าย
(4ต.ค.) เช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคส.ส.ส.ก.ส.ข.และสมาชิกพรรคร่วมกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ได้สักการะองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ พรรค ก่อนขึ้นรถแห่รณรงค์หาเสียงและเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครออกมาใช้สิทธิเลือก ผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 5 ต.ค.นี้
ด้านนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 10 เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน โดยย้ำว่า มั่นใจจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ เพราะหลังจากลงพื้นที่หาเสียงตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าประชาชนต้องการผู้บริหารหน้าใหม่ และมีประสบการณ์การทำงานจริง
และเช้าวันนี้ นายประภัสร์ ได้ปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงไปยัง 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯโดยเริ่มจากหน้าที่ทำการพรรคพลังประชาชน ย่านหัวลำโพง วงเวียนใหญ่ แยกจอมทอง บางแค บางขุนนนท์ บางกอกน้อย เป็นต้น และจะตระเวนหาเสียงไปจนถึงเวลา 16.30 น.
ส่วนวันเลือกตั้งพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) นายประภัสร์และผู้บริหารพรรคพลังประชาชนยังกังวลเรื่องการย้ายหีบบัตรลง คะแนน ที่เกรงว่าอาจมีการสับเปลี่ยน จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยกันจับตาดู.
ทางด้านนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เบอร์ 2 ปล่อยขบวนหาเสียงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยวันนี้นายเกรียงศักดิ์พาบุตรชาย 2 คน คือนายอัครทูตและนายอาณาจักร เจริญวงศ์ศักดิ์ ที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศขึ้นรถหาเสียงด้วย พร้อมกล่าวว่า เป็นโอกาสสุดท้ายที่ตนจะได้บอกคนกรุงเทพฯให้มาร่วมกันสร้างกรุงเทพฯยุคใหม่ หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ควรเลือกตน เพราะมีนโยบายที่ชัดเจนที่สุด และมีทีมงานเตรียมพร้อมทำงานกว่า 3,000 คน
นอกจากนี้การที่ตนเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองจะนำกรุงเทพฯออก จากความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนากรุงเทพฯ เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงตนจะขึ้นรถแห่ไปให้ทั่ว 50 เขต เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจเลือกกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุด
ขณะที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขี่จยย.นำทีมรถจักรยานยนต์ 100 คัน พร้อมขบวนรถแห่ ภายใต้ชื่อ“แรลลี่รณรงค์เปลี่ยนกรุงเทพ”ผ่านเส้นทางถนนสุขุม วิท ราชดำริ สีลม ฝั่งธนบุรี ราชดำเนิน สิ้นสุดที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า
โดยนายชูวิทย์ ชูธงหมายเลข 8 มายืนอยู่หน้าป้าย“ชักธงรบเชิญชวนไปเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”ที่หน้าศา ลาว่าการ กทม. พร้อมทำท่าหย่อนป้ายลงหีบบัตรและกล่าวเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรุ่งนี้ (5 ต.ค.) และขอให้ประชาชนใช้ความคิด วิจารณญาณ เพราะหลังเวลา 18.00 น.จะไม่มีผู้สมัครออกหาเสียงแล้วและเชิญชวนคนที่เบื่อการเมืองและอยาก เปลี่ยนกรุงเทพฯให้เลือกตนที่จะเปลี่ยนภาพของ กรุงเทพฯ แต่จิตใจยังคงเดิม
ทั้งนี้ตนมาดูที่จอดรถและที่ทำงานใหม่ไว้แล้ว พร้อมมาทำงานวันที่ 6 ตุลาคมนี้มั่นใจว่าตนมีศักยภาพพอ
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.อภิรักษ์ อ่วมร้องทำทะเลบางขุนเทียนเน่า
โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม. รุมถล่ม อภิรักษ์ อ่วมอรทัย คนบางขุนเทียนฟ้อง 10 คลองสวยทำทะเลบางขุนเทียนเน่า ประภัสร์ ได้ทีเล็งยกเลิก ชูวิทย์ ซัดโรงฆ่าสัตว์ กทม.ร้าง ทั้งที่ทุ่มงบ 940 ล้าน ลีน่าจัง จวก กทม.เสียท่าเอกชนประมูลป้ายโฆษณาได้แค่เศษเนื้อข้างเขียง ปชป.โวยหล่อเล็กถูกชกใต้เข็มขัด
เข้า สู่โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างเข้ม ข้น โดยบรรดาผู้สมัครตัวเก็งแต่ละรายต่างหันมาใช้กลยุทธ์โจมตี นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ หลังผลโพลล์คะแนนนำโด่งกว่าคนอื่น
เริ่มจากนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคพลังประชาชน ลง พื้นที่ในย่านบางขุนเทียนชายทะเล โดยมีนายคงศักดิ์ ฤกษ์งาม ประธานชุมชนคลอง พิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน มาให้ข้อมูลปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่หาย ไป127 หลังคาเรือน ในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ โดยชาวบ้านต้องการใช้ภูมิปัญญา ชาวบ้านคือใช้ไม้ไผ่ปักกั้นเป็นแนวเขื่อน ไม่ใช่ไส้กรอกทราย เหมือน ที่ กทม.ศึกษาไว้เพราะหากถุงทรายแตกจะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้สัตว์ น้ำตายขณะที่โครงการ 10 คลองสวยน้ำใสของนายอภิรักษ์ที่ใช้น้ำดีดันน้ำเสีย ออกทะเลโดยไม่บำบัดก่อนทำให้สัตว์น้ำตายจำนวนมาก ส่วนถนนเทียนทะเลที่ก่อ สร้างมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ยังไม่มีวี่แววจะเสร็จ
นายประภัสร์กล่าวว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นเรื่องดี โดยในการแก้ ปัญหาต้องหารือร่วมกับจ.สมุทรปราการ และสมุทรสาครด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการ ผลักปัญหาจากกรุงเทพฯ ไปใส่จังหวัดอื่น ส่วนเรื่องน้ำเน่าเสียต้องจัดทำโรง บำบัดน้ำเสียและจะเลิกการดันน้ำเสียลงทะเล ขณะที่โครงการปรับปรุงถนนเทียน ทะเล ทราบว่ามีการใช้วัสดุก่อสร้างผิดสเปก ทำให้งานล่าช้า หากได้เป็นผู้ ว่าฯ กทม. จะตรวจสอบโดยเร็ว
ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข8 นำสื่อมวลชนชมโรง ชำแหละและแปรรูปสัตว์กรุงเทพมหานคร ถนนพุทธมณฑลสาย 3 เขตหนองแขม ซึ่งเป็น โรงชำแหละบนพื้นที่ 50 ไร่ มูลค่า 940 ล้านบาท และสร้างเสร็จเมื่อ ปี 2549 แต่ขณะนี้ยังเปิดดำเนินการไม่ได้เพราะไม่มีเอกชนเข้ามารับสัมปทานใน ราคาที่ กทม.ตั้งไว้สูงถึง 940 ล้านบาท ในเวลา 15 ปี ทำให้มีโรงชำแหละ เถื่อนมากมายนับร้อยแห่ง
นายชูวิทย์กล่าวว่าหากได้รับตำแหน่งผู้ว่าฯ จะมาดูแลให้ถูกต้องถูก สุขอนามัย และลดราคาให้เอกชนในราคาที่เอกชนจะเข้ามาดำเนินการได้จริงในราคา ประมาณ500-600 ล้านบาท
นายชูวิทย์ยังกล่าวถึงกรณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าการพูดของตนเป็นการโจมตีนาย อภิรักษ์ว่าการที่นายองอาจขู่แสดงว่านายองอาจกลัวที่ตนกล้าเปิดเผย ข้อมูล และในวันที่1 ตุลาคมยืนยันว่าจะเปิดข้อมูลเรื่องรถ-เรือดับเพลิงแน่ นอน แต่ไม่ต้องหวังว่าจะเห็นใบเสร็จ เพราะไม่มีใบเสร็จ แต่ยังไม่เปิดเผย สถานที่แถลง เพราะเกรงถูกขัดขวาง
ขณะที่นางลีนา จังจรรจา หรือลีน่า จัง ผู้สมัครหมายเลข 7 นำสื่อ มวลชนดูป้ายโฆษณาบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียน จากบริษัทว่าป้ายโฆษณาของ กทม. มีการเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทเอกชนมีรายได้ ถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่กทม.กลับมีรายได้จากป้ายโฆษณาเพียง 90 ล้านบาท และ ยังพบข้อร้องเรียนการจ่ายสินบนกว่า300 ล้านบาท จึงอยากเรียกร้องให้ ปลัด กทม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพื่อปกป้องผล ประโยชน์ของ กทม. และไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ เพราะให้ทีมงานตรวจสอบข้อมูลแล้ว
นางลีน่า จัง กล่าวอีกว่าในช่วงโค้งสุดท้ายได้คิดยุทธวิธีการหา เสียงแบบวันต่อวันเพื่อไม่ให้ตรงหรือซ้ำผู้สมัครคนอื่น แต่ไม่ขอเปิด เผย เพราะเกรงถูกเพื่อนผู้สมัครเลียนแบบ โดยเฉพาะนายชูวิทย์ ที่มักนำความ คิดของตนไปใช้เสมอเช่น การเดินทางไปโรงฆ่าสัตว์ของ กทม.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม .พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกมาแฉของนายชูวิทย์ว่าไม่หวั่นไหวในคำ พูดของนายชูวิทย์ โดยคดีรถดับเพลิงได้มีหลายองค์กรตรวจสอบ ซึ่งไม่มีองค์กร ใดชี้ว่านายอภิรักษ์ทำผิด ไม่ว่านายชูวิทย์จะแฉอะไรก็ไม่มีผลต่อคะแนนนิยม ของนายอภิรักษ์ เพราะถ้าประชาชนไม่มั่นใจนายอภิรักษ์ก็คงไม่มีคะแนนนำในผล สำรวจทุกสำนัก
นายองอาจกล่าวอีกว่าขณะนี้มีผู้สมัครบางคนใช้กลยุทธ์ชกใต้เข็มขัดโดย นำเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องในครอบครัวของนายอภิรักษ์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ การบริหาร หรือนโยบายมาใส่ร้ายป้ายสีนายอภิรักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร ทำ จึงขอเรียกร้องให้นำเสนอเนื้อหานโยบายมากกว่าส่วนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 เปิดแถลงนโยบายด้านการจราจรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ โดยจะแก้ไขปัญหาโครงสร้างระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบ ซึ่งเป็นการสานต่อ นโยบายเดิมให้เสร็จ ทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลมจะแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2552 ส่วนสายสุขุมวิท จะแล้วเสร็จในปี 2553 ส่วนต่อขยายสายอื่นๆ คาด ว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี พร้อมยืนยันจะเดินหน้าโครงการรถเมล์ด่วนพิเศษบีอา ร์ที โดยตั้งเป้าจะดำเนินการ 6 เส้นทาง แม้จะถูกตรวจสอบจากกรมสอบสวนคดี พิเศษก็ตาม และจะปรับเส้นทางรถโดยสารไม่ให้ทับซ้อนกับเส้นทางรถไฟฟ้า รวม ทั้งจะเพิ่มท่าเรืออีก 14 ท่า พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์รอบท่าเรือให้มีความ สวยงามร่มรื่น
ส่วนกรณีที่ถูกโจมตีอย่างหนักนายอภิรักษ์ ระบุว่า มีขบวนการโจมตี อย่างรุนแรงเห็นได้จากกรณีป้ายหาเสียงถูกทำลายจำนวนมาก แต่เชื่อว่าประชาชน ที่ติดตามการหาเสียงไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หรือเวทีแสดงวิสัยทัศน์คง เห็นเจตนาของผู้สมัครแต่ละราย และใช้วิจารณญาณดูว่ามีความเชื่อมโยงหรือฮั้ว กันอย่างไรและอยากเรียกร้อง กกต.ตรวจสอบเพื่อให้การหาเสียงอยู่ในกรอบของ กฎหมาย
ที่มา คมชัดลึก
โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก

โค้งสุดท้ายผู้ว่าฯกทม.คึกคักเต็งหนึ่ง อภิรักษ์ เจอศึกหนัก
ลือป้ายประชาสัมพันธ์มีชื่ออภิรักษ์ ทำพิษผอ.ปชส. ส่อถูกเด้งเป็นผู้ตรวจฯ อภิรักษ์ เจออีกจับผิดใช้ภาพของหลวงทำป้ายหาเสียง
บรรยากาศ เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ การหาเสียงเริ่ม คึกคัก ขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัต ย์ เจอเรื่องร้องเรียนทุกสัปดาห์ กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัคร หมายเลข 8 เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(กกต. กทม.) และกกต.กลางเพื่อให้สอบสวนกรณีป้ายประชาสัมพันธ์ของ กทม.มีชื่อนาย อภิรักษ์ติดอยู่ซึ่งถือเป็นการโฆษณาหาเสียงแฝง นายพงศ์ศักติฐ์ เส มสันต์ ปลัด กทม.ได้มอบหมายให้นายรัฐพลมีธนาถาวร รองปลัด กทม.สั่งเก็บป้าย ดังกล่าวออกหมดแล้วขณะเดียวกันนายรัฐพล ได้สั่งให้กองประชาสัมพันธ์ และ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ทำหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่าทั้งนี้ผู้บริหาร กทม.เห็นว่าในส่วนของกองประชา สัมพันธ์ถือว่าเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ โครงการของ กทม.ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งแม้จะเป็นเจ้าของป้าย ทั้งป้าย ประชาสัมพันธ์บนถังขยะ ป้ายประชาสัมพันธ์ในศาลาที่พักผู้โดยสาร แต่ก็ไม่ได้ ให้สัมปทานแก่เอกชนติดตั้ง ดังนั้นกองประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นผู้สั่งเก็บ ป้ายหลังจากที่นายอภิรักษ์ หมดวาระผู้ว่าฯ กทม.ทันทีแต่ไม่ได้ดำเนินการ
ดังนั้นจึงมีกระแสข่าวว่าผู้บริหารกทม.จะสั่งโยกย้ายผู้อำนวย การ(ผอ.) กองประชาสัมพันธ์ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ขณะเดียวกันหาก กกต.สอบสวน แล้วพบว่าข้าราชการไม่เก็บป้ายเพราะเอื้อประโยชน์ให้นายอภิรักษ์อาจมีความ ผิดตามมาตรา 60 กรณีข้าราชการผู้ใดวางตัวไม่เป็นกลางระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีรูปข้าราชการกทม.ไปปรากฏในป้ายหาเสียงของ นายอภิรักษ์3 รูปได้แก่ รูปขี่จักรยาน รูปนั่งเรือ และรูปเดินบนสะพานตรวจ น้ำท่วม ซึ่งข้าราชการยืนยันว่าไม่ได้ยินยอมให้นำรูปไปใช้ในการหาเสียง แม้ ทีมงานนายอภิรักษ์ จะเก็บป้ายบางส่วนออกไป แต่เมื่อมีผู้ร้องมา กกต.ก็ต้อง มาสอบถามข้อมูลซึ่งภาพทั้งหมดน่าจะเป็นรูปจากกองประชาสัมพันธ์ อาจเข้าข่าย ใช้สมบัติของราชการไปใช้หาเสียง หรืออาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง นี้มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองกรณีนี้ กกต.อาจพิจารณาให้ใบเหลืองนายอภิรักษ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ซึ่งทำให้นายอภิรักษ์เองต้องชดใช้ค่า ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเป็นเงิน 158 ล้านบาท
ที่มา คมชัดลึก
อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต
อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต
ปชป.ปล่อยรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายอภิรักษ์ ลั่น7 วันที่เหลือพร้อมชนคู่แข่งกลางเวทีดีเบตทุกงาน ด้าน อภิสิทธิ์ โวยคู่แข่งโจมตีใส่ร้าย ปลุก ส.ส.-ส.ก.ช่วยหาเสียง
เวลา08.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วม งานปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันลง คะแนนเลือกตั้ง5 ตุลาคมนี้
นายอภิรักษ์กล่าวว่าขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยอม รับว่ามีการโจมตีตนอย่างหนัก ไม่เว้นแต่การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ขอยืนยัน ว่าตนจะไม่หนีเวทีดีเบต พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน
ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ผลสำรวจจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ หนึ่ง แต่ตนทราบมาว่าได้มีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆ ใช้วิธีการโจม ตีนายอภิรักษ์ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้นเหลืออีก 7 วันอยากให้ใช้ความทุ่มเทเอา ความจริงไปสู้ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิก ประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนักเพื่อชัยชนะของ นายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของชาว กทม.ทุกคน
ที่มา คมชัดลึก
โพลล์ทุกสำนักฟันธง อภิรักษ์รักษาแชมป์ผู้ว่าฯอีกสมัย

โพลล์ทุกสำนักฟันธง อภิรักษ์รักษาแชมป์ผู้ว่าฯอีกสมัย
โพลล์ทุกสำนัก ชี้ อภิรักษ์ รักษาแชมป์ผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัยไร้คู่แข่งตามตัวเลขสถิติ ได้เปรียบเรื่องผลงานและบุคลิก เอแบคโพลล์เผย กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลเสียงแตกหนุน อภิรักษ์ และ ชูวิทย์ ชี้แฟนพันธุ์แท้ อภิรักษ์ ไม่ใช้สิทธิ ประภัสร์ มีสิทธิลุ้น
หลัง จากผลการสำรวจของโพลล์หลายสำนัก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 มีคะแนนนำอาจทำให้วันเลือกตั้งที่ 5 ตุลาคม กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบนายอภิรักษ์ไม่ไปใช้สิทธิ อาจจะมีผลต่อคะแนนของนายอภิรักษ์
ผศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า อาจจะมีผลต่อผู้ที่ยังไม่คิดว่าจะเลือกใคร แต่จะไม่มีผลต่อคนที่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่ตนชื่นชอบอยู่ในใจแล้ว และในการสำรวจคนส่วนใหญ่ตอบว่าจะไปใช้สิทธิ ดังนั้นเวลาที่เหลือเพียง 1 สัปดาห์โอกาสที่ผู้สมัครคนอื่นจะชนะนายอภิรักษ์เป็นเรื่องยาก
ด้าน ผศ.สุนิสา ประวิชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) กล่าวว่า ยังคิดว่าการเลือกตั้งในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ผลการเลือกตั้ง นายอภิรักษ์ยังมีคะแนนนำผู้สมัครคนอื่น เพราะจากคะแนนสำรวจพบว่านายอภิรักษ์ มีคะแนนทิ้งห่าง 2 ผู้สมัคร คือ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 และนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 เท่าตัว และเชื่อว่าในวันเลือกตั้งคะแนนของคู่แข่งทั้งสองจะไม่แซงนายอภิรักษ์ ดูจากเปอร์เซ็นต์การสำรวจคนที่เชียร์นายอภิรักษ์ตั้งแต่ต้นก็ไม่เปลี่ยนใจ
ส่วน ดร.อรัสธรรม พรหมมะ ประธานคณะกรรมการ ศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยราคำแหง (รามคำแหงโพล) กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ไม่น่าต่างไปจากโพลล์สำนักต่างๆ คาดว่าเสียงส่วนใหญ่จะเป็นเสียงของคนที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ ในวันเลือกตั้งเสียงของนายอภิรักษ์จึงไม่น่าเปลี่ยนไปจากนี้ ยกเว้นถูกหยิบยกเรื่องกฎหมายมาโจมตีจนทำให้สถานการณ์พลิก
ดร.อรัส ธรรมกล่าวต่อว่า ในส่วนของนายประภัสร์ สำหรับคนกรุงเทพฯ ในขณะนี้ไม่น่าจะทำให้เสียงของนายประภัสร์ ในฐานะตัวแทนของพรรคพลังประชาชนจะได้เปรียบในขณะที่การเมืองปัจจุบันเป็นแบบ นี้ ประกอบกับนายอภิรักษ์มีบุคลิกที่อ่อนน้อม สุภาพ ซึ่งคนกรุงเทพฯ จะชอบ
ขณะ ที่ ดร.นพล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ หากผู้ที่จะไปเลือกนายอภิรักษ์ เห็นผลสำรวจนายอภิรักษ์นำ อาจไม่ไปเลือก จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะคะแนนของนายประภัสร์ ที่ตามมาเกือบเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ดร.นพลก็เห็นว่า หากมองอีกมิติหนึ่งพบว่ากลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลจะเลือกนายประภัสร์ 29-30% เลือกนายอภิรักษ์กว่า 20% และนายชูวิทย์เกือบ 20% แต่คนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลเกาะกลุ่มกันกว่า 70% จะเลือกนายอภิรักษ์ และคนที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ 80-90% จะเลือกนายอภิรักษ์ แต่คนชอบพรรคพลังประชาชนจะเลือกนายประภัสร์ไม่ถึง 50% ดังนั้นถ้าคนไปใช้สิทธิตามปกติ จากตัวเลขสถิตินายอภิรักษ์จะชนะเลือกตั้ง และไม่มีใครโค่นได้
ที่มา คมชัดลึก
4 แคนดิเดตดีเบตตลาดกทม. [27 ก.ย. 51 - 04:23]
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. เวลา 06.30 น. ที่ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ มีการจัดแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.นโยบายพัฒนาตลาด กทม. นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 กล่าวว่า จะทำตลาดให้สะอาดปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขมาตรวจคุณภาพของอาหาร สินค้าต่างๆ ตลาดใดที่ได้ผ่านเกณฑ์ประเมินจะเป็นที่นิยม จะสนับสนุนให้หาบเร่ แผงลอย ขายได้ทุกวัน แต่ต้องมีการจัดระเบียบ
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครหมายเลข 8 กล่าวว่า จะพัฒนาตลาดใหญ่ๆให้มีคุณภาพเท่าห้างบิ๊กซี หรือเทสโก้ โลตัส โดยจะเน้นความสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ ส่วนหาบเร่แผงลอยนั้น จะไม่มีการจับปรับอีกต่อไป แต่จะต้องควบคุมความสะอาดและจะส่งเสริมให้ขายได้ทุกวัน
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครหมายเลข 10 กล่าวว่า ตลาดใหญ่ทั่ว กทม. อาทิ ตลาดเทเวศร์ ที่ยังขาดการบำรุงรักษา ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง กลิ่นเหม็น การระบายลงสู่คลองใกล้เคียง ตนจะเข้ามาพัฒนาสิ่งที่บกพร่อง ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ค้าที่อยู่ในตลาดกับเจ้าหน้าที่ของ กทม. บวกกับนโยบายพัฒนาแก้ปัญหาตลาดที่ยังสกปรกไม่ได้มาตรฐาน
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 5 กล่าวว่า จะสานต่อโครงการตลาดสดน่าซื้อ โดยจะเน้นการนำระบบขนส่งโลจิสติก รับ-ส่งสินค้าเข้ามาใช้ โดยจะให้มีการขนส่งตอนกลางคืน เพื่อให้สินค้ามีความสดใหม่ โดยผู้ค้าไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมียืดอายุความสดของสินค้า นอกจากนั้นจะส่งเสริมให้ประชาชนเขตนอกเมือง กทม. เช่น หนองจอก ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อส่งมาขายยังพื้นที่ชั้นในของ กทม.
“อภิรักษ์”ไม่ประมาท-ลุยหาเสียง
“อภิรักษ์”ไม่ประมาท-ลุยหาเสียง
นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ทีมงานฝ่ายยุทธศาสตร์ของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีการสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ โดยนายอภิรักษ์ยังมีคะแนนนำผู้สมัครรายอื่นว่า สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นหรือโพลจากหลายๆ สำนักนั้น ถือเป็นการสำรวจความคิดเห็นเบื้องต้นของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ขณะที่ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯมีมากถึง 4 ล้านกว่าคน อีกทั้งกระแสของคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่ตนเองชื่นชอบในช่วงอาทิตย์สุดท้าย ก่อนจะถึงวันลงคะแนนในวันที่ 5 ต.ค. ดังนั้นนายอภิรักษ์คงจะต้องแสดงความตั้งใจและความทุ่มเทให้ประชาชนได้เห็น ต่อไป เช่นเดียวกับตอนที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ว่าฯกทม. รวมทั้งจะไม่ประมาท หรือนำผลสำรวจดังกล่าวมาสร้างความสบายใจให้กับตนเองเวลาที่ลงพื้นที่หาเสียง ด้วย
“ยิ่งโพลระบุว่านายอภิรักษ์เป็นเต็งหนึ่ง จะต้องลงพื้นที่และทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอนโยบายให้กับกลุ่มคนแต่ละกลุ่มว่าเราจะทำอะไรต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้าหากนายอภิรักษ์ได้เป็นผู้ว่าฯกทม. ที่ผ่านมาได้อธิบายให้ประชาชนได้รับทราบโดยตลอดว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมาไม่พอที่จะทำโครงการทุกโครงการให้สำเร็จลุล่วงได้ทั้งหมด แต่ทุกโครงการต่างก็มีพัฒนาการ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีผู้สมัครรายอื่นพยายามหยิบโครงการของนายอภิรักษ์มาโจมตีนั้น ในนามของปชป. รวมทั้งคุณอภิรักษ์เรามีนโยบายไม่ตอบโต้ เพราะคนกรุงเทพฯต้องการบรรยากาศการหาเสียงที่สร้างสรรค์ ดังนั้นกระบวนการใส่ไคล้หรือการกล่าวโจมตีที่เกิดขึ้น คนกรุงเทพฯจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าควรจะเลือกผู้สมัครรายใดเข้าไปทำหน้าที่ ผู้ว่าฯ กทม.
โพลล์ชี้ปชช.ร้อยละ57.21เลือก อภิรักษ์ ผู้ว่าฯกทม.

โพลล์ชี้ปชช.ร้อยละ57.21เลือก อภิรักษ์ ผู้ว่าฯกทม.
สวนดุสิตโพล ระบุ ประชาชนร้อยละ 57.21 เลือกอภิรักษ์ เป็น ผู้ว่าฯกทม.
(22ก. ย.) กระแสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.เริ่มร้อนแรงมากขึ้น หลายคนเริ่มตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใครมาเป็นผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ โดยอาศัยบทเรียนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่ผ่านมา สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต เพื่อทราบถึงบทเรียนการเลือกตั้งครั้งก่อนเพื่อมาเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น 1,899 คน สำรวจระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2551 สรุปผลได้ดังนี้
คนกรุงเทพฯ เลือกใคร? เป็น “ผู้ว่าฯกทม.” ครั้งนี้ พบว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร้อยละ 57.21 เพราะทำงานดี มีผลงานให้เห็น ,น่าจะแก้ปัญหากทม.ได้ดีกว่าคนอื่น ,สานงานต่อจากเดิมได้ ฯลฯ , นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 17.61% เพราะ อยากให้โอกาสคนใหม่ๆเข้ามาทำงานบ้าง ,ชอบนโยบาย , ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ฯลฯ , นายประภัสร์ จงสงวน 13.16% เพราะ ทำงานดี มีผลงานให้เห็น , อยากให้โอกาสคนใหม่ๆเข้ามาทำงานบ้าง , ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ฯลฯ,
ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ 8.55% เพราะ ชอบนโยบาย ,มีทีมงานที่น่าเชื่อถือ ,ที่บ้านชอบ ฯลฯ และ นางลีนา จังจรรจา
0.68% เพราะเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆเข้ามาทำงานบ้าง ,มีความมุ่งมั่น ฯลฯ และ ยังไม่ตัดสินใจ 2.79%
แฟนพันธุ์แท้ ของผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. แต่ละคน คือ
อันดับ 1 แฟนพันธุ์แท้ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน คือ กลุ่มเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 41 - 50 ปี ระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี อาชีพ พนักงานบริษัท /รับจ้าง โดยทุกคนมีเหตุผลที่สนับสนุน คือ (1) ทำงานดีมีผลงานให้เห็น 59.93%
(2) ได้สานต่องานที่ยังไม่เสร็จให้ต่อเนื่อง 24.76%(3) ชอบนโยบาย 6.19% (4) ที่บ้านชอบ 5.21% (5) เป็นคนสุภาพเรียบร้อย 3.91%
อันดับ 2 แฟนพันธุ์แท้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์คือ กลุ่มเพศชาย ที่มีอายุระหว่าง 21- 40 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท /รับจ้าง โดยทุกคนมีเหตุผลที่สนับสนุน คือ (1) เป็นคนกล้าคิด กล้าทำ 38.50% (2) เปิดโอกาสให้คนใหม่เข้ามาทำงาน 33.84% (3) ชอบนโยบาย 10.64% (4) ที่บ้านชอบ 9.57% (5) มีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง 7.45%
อันดับที่ 3 แฟนพันธุ์แท้ นายประภัสร์ จงสงวน คือ กลุ่มเพศหญิง ที่มีอายุระหว่าง 41- 50 ปี ระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี อาชีพ พนักงานบริษัท /รับจ้าง และธุรกิจส่วนตัว ค้าขายทั่วไป โดยทุกคนมีเหตุผลที่สนับสนุน คือ (1) ทำงานดีมีผลงานให้เห็น 33.34% (2) เปิดโอกาสให้คนใหม่เข้ามาทำงาน 23.19% (3) ชอบนโยบาย 17.39% (4) สังกัดพรรคการเมืองใหญ่ 14.49% (5) เป็นคนรุ่นใหม่ 11.59%
อันดับที่ 4 แฟนพันธุ์แท้ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ คือ กลุ่มเพศหญิงและเพศชายพอๆ กัน ที่มีอายุระหว่าง 31- 40 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพ พนักงานบริษัท /รับจ้าง และธุรกิจส่วนตัว ค้าขายทั่วไป ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
โดยทุกคนมีเหตุผลที่สนับสนุน คือ (1) ชอบนโยบาย 52.55% (2) เปิดโอกาสให้คนใหม่เข้ามาทำงาน 18.64% (3) มีความรู้ความสามารถ 16.95% (4) มีวิสัยทัศน์กว้างไกล 8.47% (5) มีภาพลักษณ์ดี 3.39%
“บทเรียน” จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 49.59% ผลงานน้อย / บางโครงการยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ , ทำงานล่าช้า , ร้อยละ 19.83% ทำไม่ได้เหมือนอย่างที่พูดไว้ในตอนหาเสียง , ร้อยละ 12.40% ปัญหาเหมือนเดิม ซ้ำซาก , ร้อยละ 10.74% ควรเลือกจากบุคคลที่มีความเหมาะสมมากที่สุด และ ร้อยละ 7.44% มีแต่เรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
คนที่เคยเลือก นายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งทำให้นายสมัครได้เกิน 1 ล้านคะแนน
ครั้งนี้ คนกลุ่มนี้เลือกใคร ? พบว่า ร้อยละ 47.21% นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน , ร้อยละ 23.35% นายประภัสร์ จงสงวน
ร้อยละ 20.30% นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ , ร้อยละ 8.12% ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และ ร้อยละ 1.02% นางลีน่า จังจรรจา
ที่มา nationchannel.com