• Home
  • About

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

2 พรรคคู่ชิงเปิดทีมรองผู้ว่า [30 ก.ย. 51 - 04:08]

เมื่อ วันที่ 29 ก.ย. ที่พรรคพลังประชาชน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานรองผู้ว่าฯและที่ปรึกษา ว่า ทีมงานด้านเศรษฐกิจนำโดย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ เนื่องจากมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มหาภาค ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทีมงานด้านการก่อสร้างโยธา ได้แก่ นายสุชัชวีย์ สุวรรณสวัสดิ์  ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งมีความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ มีนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด จะนำความรู้มาช่วยงานด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้ในการพัฒนาบริหาร กทม.

ทางด้านการศึกษา มี น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ดูแลด้านการศึกษา ขณะนี้ศึกษาต่อปริญญาเอกคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับงานด้านการบริหารงาน กทม.ได้แก่ นายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ ส.ก.เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. และนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.เขตห้วยขวาง อดีตรองประธานสภา ทั้งสองคนมีประสบการณ์ และรู้ข้อมูลการบริหารงานของ กทม.เป็นอย่างดี โดยในวันที่ 3 ต.ค. จะมีการปราศรัยใหญ่ที่สนามหลวง จะมีการเปิดตัวทีมงานทั้งหมดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

เย็นวันเดียวกัน ที่สวนลุมพินี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงเปิดตัวทีมงานรอง ผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา รวม 18 คน โดยมีนักวิชาการและคนดังเข้าร่วม อาทิ ฝ่ายสาธารณสุข มี นพ.เฉก ธนะศิริ, พญ.ชนิกา ตู้จินดา นพ.พูนไทย จินอนัตวิทยา, ฝ่ายกีฬาและสวัสดิการ นางนวลพรรณ ล่ำซำ, ฝ่ายศึกษา นายวรากรณ์ สามโกเศศ, ฝ่ายโยธา นายต่อตระกูล ยมนาค, ฝ่ายเศรษฐกิจ นายสมชาย ภคภาควิวัฒน์ นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ นางสาวการดี เลียวไพโรจน์ นายแทนคุณ จิตอิสสระ, ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม นายปรีชา เถาทอง เป็นต้น.

จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย เลือกตั้งผู้ว่า กทม

marn_001.jpg
จับตาวิชามาร 7 วันสุดท้าย

เมื่อเช้าวันที่ 28 ก.ย. 51 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พร้อมด้วย ส.ส. ส.ก. สข. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมงานปล่อยขบวนรถแห่ หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้ายก่อนที่ถึงวันลงคะแนน 5 ตุลาคม โดยนายอภิรักษ์กล่าวว่า ขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือก ตั้ง ซึ่งรถแห่ทั้ง 50 คันนี้จะได้มีการประชาสัมพันธ์หาเสียง จนถึงช่วงเย็นของวันที่ 4 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม โค้งสุดท้ายของการหาเสียงมีการโจมตีตนอย่างหนัก แม้แต่เมื่อขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่หนี พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ 1 แต่ตนทราบมาว่ามีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆได้ใช้วิธีการโจมตีนาย อภิรักษ์ ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้น เหลืออีก 7 วัน จึงขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิกประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนัก เพื่อชัยชนะของนายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของประชาชนกรุงเทพมหานครทุกคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันค่ำวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ เขตทุ่งครุ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายอภิรักษ์ โดยมีแกนนำของพรรคเข้าร่วมหลายคน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนพรรค กล่าวปราศรัยว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีคู่แข่งอยู่ 2 คน คือ นายอภิรักษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายประภัสร์ จากพรรคพลังประชาชน เพราะ กทม.เป็นมหานครที่ใหญ่เกินกว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนเดียวจะทำงานได้ หากไม่มีเครือข่าย ไม่สังกัดพรรค ไม่มี ส.ก. หรือ ส.ข. ทำหน้าที่รับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อมานำเสนอผู้บริหารนำไปแก้ไข

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. ที่จะมีผู้สมัครคนหนึ่งแฉเรื่องทุจริตโครงการรถดับเพลิง กทม. พรรคไม่กลัว และเชื่อคงไม่มีไม้เด็ด อะไร เพราะหากมีจริงคงพูดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว และ ขอเตือนว่าการจะออกมาพูดดังกล่าวอาจจะเป็นครั้ง สุดท้าย เพราะไม่มีโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งอีก.

ที่มา ไทยรัฐ

ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

choo_01.jpg
ชูวิทย์เปรียบตัวองคุลีมาล

ชูวิทย์ เข้าขอพร สมเด็จเกี่ยว เปรียบตัวเองเป็นองคุลีมาลกลับใจ เผยนโยบายจัดงบพิเศษบำรุงศาสนสถานและโบราณสถานเก่าแก่ทั่วกรุง ปัดตอบแก้ปัญหาคนเร่ร่อนสนามหลวง

นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 ได้เข้านมัสการ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) ที่วัดสระเกศเพื่อขอพรในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 5 ตุลาคม โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า ตนเปรียบเหมือนองคุลี มาลกลับใจ อยากจะมาขอทำงานรับใช้ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ให้พรพร้อมพรมน้ำมนต์ให้นายชูวิทย์แถลงถึงนโยบายพัฒนากทม.ให้เป็นเมือง น่าท่องเที่ยวว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะจัดสรรงบพิเศษเพื่อใช้ใน การทำนุบำรุงวัดโบสถ์ มัสยิด รวมไปถึงโบราณสถานที่เก่าแก่และมีคุณค่าทั่ว พื้นที่ กทม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศ และสร้างรายได้ให้คน กทม.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความชัดเจนในมาตรการจัดการคนเร่ ร่อนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ เช่น พื้นที่สนามหลวง ท่าเรือท่าช้าง ท่าพระ จันทร์ นายชูวิทย์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ และปิดการแถลงข่าวเดินเลี่ยงผู้สื่อ ข่าวไปทันที

ที่มา คมชัดลึก

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

อภิรักษ์พร้อมชนทุกเวทีดีเบต

ปชป.ปล่อยรถแห่หาเสียงโค้งสุดท้ายอภิรักษ์ ลั่น7 วันที่เหลือพร้อมชนคู่แข่งกลางเวทีดีเบตทุกงาน ด้าน อภิสิทธิ์ โวยคู่แข่งโจมตีใส่ร้าย ปลุก ส.ส.-ส.ก.ช่วยหาเสียง

เวลา08.00 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ร่วม งานปล่อยขบวนรถแห่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันลง คะแนนเลือกตั้ง5 ตุลาคมนี้

นายอภิรักษ์กล่าวว่าขบวนรถแห่หาเสียงถือว่าเป็นกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยอม รับว่ามีการโจมตีตนอย่างหนัก ไม่เว้นแต่การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ขอยืนยัน ว่าตนจะไม่หนีเวทีดีเบต พร้อมชนกับผู้สมัครทุกคน

ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่าแม้ผลสำรวจจะให้นายอภิรักษ์มาเป็นอันดับ หนึ่ง แต่ตนทราบมาว่าได้มีการเคลื่อนไหวของผู้แข่งขันคนอื่นๆ ใช้วิธีการโจม ตีนายอภิรักษ์ด้วยวิชาต่างๆ ดังนั้นเหลืออีก 7 วันอยากให้ใช้ความทุ่มเทเอา ความจริงไปสู้ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือให้ ส.ส. ส.ก. ส.ข. รวมไปถึงสมาชิก ประชาธิปัตย์ที่ทำงานในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนทำงานกันให้หนักเพื่อชัยชนะของ นายอภิรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นชัยชนะของชาว กทม.ทุกคน

ที่มา คมชัดลึก

คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คนวัยทำงาน…ชี้ขาดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อีกแค่1 สัปดาห์ ก็จะถึงวันเลือกตั้ง น่าสนใจไม่น้อยว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 4 ล้านคน กลุ่มอายุระดับใด ที่มีพลังทางการเมือง ชี้เป็นชี้ตายผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ต้องยอมรับกันว่าสถานการณ์บ้านเมือง และสถานการณ์การเมือง กลบ บรรยากาศการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไปหมด

ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ทั้ง 16 คน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กร่อย

แน่นอนครับว่าสถานการณ์และบรรยากาศของบ้านเมืองวิกฤติและเข้มข้น อย่างนี้ คนที่ได้เปรียบที่สุด ย่อมต้องเป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในฐานะเป็น อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ชาว กทม.จดและจำได้ดี เพราะอยู่จนครบวาระ

หรือผลการสำรวจความนิยมจากโพลล์หลายสำนักตั้งแต่ก่อนเปิดรับสมัคร หรือหลังมีผู้สมัครครบทั้งหมด การสำรวจความนิยมอภิรักษ์ ก็ยังเป็น เต็งหนึ่ง

แต่ระยะเวลาที่เหลือแค่1 สัปดาห์ โอกาส พลิกผัน ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอเพราะคนกรุงเทพฯ มักจะตัดสินใจเลือก ผู้ว่าฯ กทม.ในสัปดาห์สุดท้าย

ตรวจสอบ เสียง ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกลุ่มอายุ พบว่าแต่ละกลุ่มอายุนั้น ช่วงวัยไหนมีฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวกรุงเทพมหานคร มีอยู่ประมาณ 4.1  ล้านคน หรือเกือบ 4.2  ล้านคน

กลุ่มแรก ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยใสอายุ 18-19 ปี ส่วนใหญ่จะ เป็นนิสิต นักศึกษา เป็นวัยที่เพิ่งจะมีสิทธิ์เลือกตั้ง ตรวจสอบฐานอย่างไม่ เป็นทางการ มีประมาณ 1.5 แสนคน

ถามว่าขาโจ๋-วัยใส จะเป็นพลังชี้ขาดผลการเลือกตั้งได้หรือไม่?

ต้องบอกว่า…ยังไม่ได้?เป็นได้แค่ ตัวเสริมคะแนนเสริม เพราะ ในจำนวน1.5 แสนคน ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในวัยนี้ ส่วนใหญ่มักนอนหลับทับ สิทธิ์ ความสนใจการเมืองการเลือกตั้งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ยิ่งมาเจอสถานการณ์การ เมืองกลบกระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาจจะต่ำเกินกว่าเกณฑ์ปกติ ทุกยุคทุก สมัย วัยใส-ขาโจ๋ มาใช้สิทธิ์แค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ส่วนกลุ่มคนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเกินกว่า50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในวัย 30 ปีขึ้นไป

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม.ตามกลุ่มอายุ

ช่วงอายุ20-30 ปี 943,620 คน

ช่วงอายุ31-40 ปี 975,612 คน

ช่วงอายุ41-50 ปี  936,836 คน

ช่วงอายุ51-60  650,627 คน

ช่วงอายุ61-70  295,536 คน

ช่วงอายุ71 ปีขึ้นไป 231,909 คน

จากตัวเลขฐานผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จัดช่วงระดับอายุแบบ 10 ปี โดยแบ่ง 20-30 ปี / 31-40 ปี / 41-50 ปี / 51-60 ปี และ 61 ปีขึ้นไป

มาจนถึงวันนี้จะเห็นได้ว่ากระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปลุกไม่ ขึ้น เพราะถูกกระแสการเมืองใหญ่กลบหมด ดังนั้น ผู้สมัครแต่ละคนจึงพยายาม มุ่งมาที่กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุด ซึ่งนั่น ก็คือกลุ่มคนในวัยทำงานอายุ 31-60 ปี

และคนในวัยไม่เกิน60 ปี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัย ตั้งแต่ 31-40 ปี คือกลุ่มผู้มีคะแนนเสียงมากที่สุด คือประมาณ 9.7 แสน คน ซึ่งคนวัยนี้เป็นคนวัยทำงาน มีเหตุ มีผล/เป็นคนวัยที่มีวิจารณญาณในการ เลือกตั้ง ไม่เอนเอียงไปตามกระแส

ถ้าตรวจสอบนโยบายผู้สมัครที่เป็นตัวเต็ง3-4 คน ไม่ว่าจะ เป็น อภิรักษ์ โกษะโยธิน ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ชูวิทย์ กมลวิ ศิษฎ์ และ ประภัสร์ จงสงวน ช่วงนี้แต่ละคนก็พยายามออกแคมเปญ หวังจะเจาะฐาน เสียงคนวัยทำงานเหล่านี้

อภิรักษ์บอกว่า เลือกอภิรักษ์ เลือกกรุงเทพฯ แห่งอนาคต

ชูวิทย์ มีสไตล์ดุดัน…ถือกล้องส่องทางไกลและบอกว่าผมมองเห็นปัญหาให้โอกาส ชูวิทย์ หรือ ปัญหาอยู่ที่ไหนผมอยู่ที่นั่น

ส่วนดร.แดน แคนดู-เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เจ้าของ 300 นโยบาย บอกว่า จะสร้างกรุงเทพฯด้วยปัญญา

และ ประภัสร์ จงสงวน มีคำขวัญสั้นๆ ว่า คิดใหม่ทำเร็ว พูดจริง ทำได้

คะแนนที่จับต้องได้สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หนนี้ คงไม่อาจหลีกหนี คนวัยทำงาน ที่ถือเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะชี้ขาดต่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกทม. 2551 แยกตามวัย-เพศ

ประชากรกทม. 5,716,248 คน มีสิทธิ์เลือกตั้ง 4,164,371 คน

1.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำแนกตามเพศ

1.1 ชาย  คน 1,948,818

1.2หญิง  คน2,215,553

รวม4,164,371 คน

2.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแยกตามช่วงอายุ

2.1 อายุ 0-17 ปี  1,312,364 (ยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง)

2.2ช่วงอายุ 18 ขึ้นไป  150,006

2.3ช่วงอายุ 20-30 943,620

2.4 ช่วงอายุ 31-40  975,612

2.5ช่วงอายุ 41-50  936,836

2.6ช่วงอายุ 51-60  650,627

2.7ช่วงอายุ 61-70 295,536

2.7ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป 231,909

(ข้อมูล อย่างไม่เป็นทางการ ณ ธันวาคม 2550 ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)

ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ดึง จยย.รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ปลัด กทม.กระตุ้นคนกรุงเลือกผู้ว่าฯ ดึงวินมอเตอร์ไซค์เป็นแนวร่วม ขณะที่ผลการสำรวจพบคนกรุงยังสนับสนุนนายอภิรักษ์เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่อ

นาย พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิน จยย.หลักสี่ทุกคน รณรงค์เลือกผู้ว่าฯ กทม.” บริเวณหน้าห้างไอที สแควร์ หลักสี่ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจากเขตหลักสี่ และจตุจักร กว่า 500 คน จาก 81 วิน มาร่วมกิจกรรม พร้อมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัว “มิสวิน จยย.คนแรกของประเทศไทย” ทุกคนได้ร่วมกันชูป้ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปตามจังหวะ เพลง “กรุงเทพมหานคร” และหลังจากนี้ทุกคนจะร่วมเชิญชวนรณรงค์ให้ผู้โดยสารและประชาชนไปเลือกตั้งใน วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้

ด้านธุรกิจบัณฑิตย์โพล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สำรวจความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ 1,742 คน เมื่อวันที่ 23- 24 กันยายน เกี่ยวกับการออกเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. พบว่าชาว กทม.ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างแน่นอนมีถึงร้อยละ 54.6  ทั้งนี้ มีชาว กทม.ที่จะเลือกนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม.ต่ออีกสมัยหนึ่งถึงร้อยละ 47.5 เลือกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ร้อยละ 18.2 เลือกนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ร้อยละ 12.5 และเลือกนายประภัสร์ จงสงวน ร้อยละ 8.6  โดยพบว่านายอภิรักษ์ มีโอกาสได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ถึงร้อยละ 64.6 รองลงมาคือนายชูวิทย์ ร้อยละ 11.7 นายเกรียงศักดิ์ ร้อยละ 10.5 และนายประภัสร์ ร้อยละ 5.3

ที่มา คมชัดลึก

เรื่องน่ารู้ ควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ เข้าคูหาเลือกตั้ง

cooha.jpg
แม้ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น แต่ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ก็ยังคงเหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา

สำหรับขั้นตอนการลงคะแนนนั้นประกอบด้วย

1. ตรวจสอบรายชื่อที่ป้ายหน้าหน่วยเลือกตั้ง และจำลำดับชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากนั้นตรวจสอบรูปถ่าย ชื่อและหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก

2.แสดงตน โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อกรรมการที่หน่วยเลือกตั้ง และลงชื่อขอใช้สิทธิ์

3.ลงชื่อรับบัตรเลือกตั้ง

4.เข้าคูหาใช้ปากกาทำเครื่องหมาย (X) ในช่องทำเครื่องหมาย ให้ตรงกับหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก จากนั้นพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย

5.นำบัตรเลือกตั้งที่กากบาทเรียบร้อยแล้ว ไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง

เพียงเท่านั้นก็สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้อย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ดี ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาถึงนี้ ก็มีข้อพึงระวังที่อาจเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ คือ

1.ห้ามจัดยานพาหนะขนคนไปลงคะแนน

2.ห้ามขายหรือจัดเลี้ยงสุรา ตั้งแต่ 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จนถึง 24.00 น.ของวันเลือกตั้ง

3.ห้ามผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกจากที่เลือกตั้ง

4.ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง

5.ห้ามเรียกหรือรับเงินจากหัวคะแนนหรือผู้ใดเพื่อการเลือกตั้ง

ถึงวันที่ 5 ต.ค.ก็อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันโดยถ้วนหน้า

ชูวิทย์ไม่กลัวใคร พระเอกแบบปชป. ศึกเสาชิงช้า

choo_01.jpg

ชูวิทย์ไม่กลัวใคร พระเอกแบบปชป. ศึกเสาชิงช้า

… ขณะที่ “ตุ๊” หนุ่มใหญ่หนวดงาม ประภัสร์ จงสงวน ออกมาออดอ้อน ว่าเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นเลยทำให้คนกรุงไม่ค่อยรู้จัก และจะขอลงพื้นที่ให้หนักขึ้นเพื่อขอโอกาส แถมสำทับว่าเป็นข้าราชการมาก่อนเข้าใจขั้นตอนราชการดี จะประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้ ประเด็นหลังนี้หวังจะส่งตรงไปถึงใครบางคนที่มีประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานมา กับข้าราชการ จนตกตะกอนกลายเป็นนโยบายมาขอโอกาสในงวดนี้หรือเปล่า

เรื่องนี้คงต้องให้ผู้ใช้สิทธิ์ตัดสิน

… ส่วน ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คนมีหนวดอีกคน ยังคงสไตล์ขึงขัง เดินหน้าแฉความล้มเหลวของอดีตผู้ว่าฯ กทม.ต่อไป โดยมีประเด็นเรื่องรถดับเพลิงเป็นทีเด็ด มาขู่ว่าจะโชว์หลักฐานจากป.ป.ช.ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พร้อมประกาศท้าทายอดีตผู้ว่าฯ กทม. และพรรคต้นสังกัดว่า ถ้าอยากฟ้องก็ฟ้องเลยอย่าเอาแต่ขู่ เพราะคนอย่างชูวิทย์ไม่กลัว

ส่วนเรื่องนี้อาจเป็นศาลที่ได้ตัดสิน

… ด้าน อภิรักษ์ โกษะโยธิน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาศัยความสงบสยบเคลื่อนไหว เดินหน้าปราศรัยโชว์นโยบายหาเสียงไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการตอบโต้ชี้แจง ยังปล่อยให้เป็นภาระของทีมงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาเรียงรายออกมาทำหน้าที่ปกป้อง ยุทธวิธีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทั้ง หล่อเล็ก และหล่อใหญ่ ของประชาธิปัตย์ ก็เล่นบทบาทนี้มาโดยตลอด

เป็นบทพระเอกตลอดกาลจริงๆ เชียว

กทม.ประกาศให้ร.ร.435แห่งหยุดเรียน6ต.ค.

กทม.ประกาศให้ร.ร.435แห่งหยุดเรียน6ต.ค.

ที่สำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร(กทม.) นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม. ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการนับจำนวนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่สำนักงานเขตดุสิต โดยมีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจ 3 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพญาไท และเขตบางซื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 5 ต.ค. นี้

นายพงศ์ศักติฐ์ เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมซักซ้อมและตรวจความเรียบร้อยการนับจำนวนบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากแต่ละเขตจะได้รับบัตรเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จนครบแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้คือแต่ละเขตจะต้องประทับตราประจำตำแหน่งผู้อำนวยการเลือก ตั้งเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นมีความสมบูรณ์ ทั้งนี้มีความเป็นห่วงหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่รับผิดชอบของเขตดุสิต ที่อยู่ริมน้ำเจ้าพระยาจำนวน 2 หน่วยเลือกตั้ง คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 แขวงวชิรพยาบาล(เต๊นท์บริเวณท่าวาสุกรี) หน่วยเลือกตั้งที่ 14 แขวงดุสิต (เต๊นท์บริเวณคุรุสภา) ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้เตรียมไม้กระดานเพื่อทำทาง เดินกรณีเกิดน้ำหนุนท่วมขังในหน่วยเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมี 3 หน่วยเลือกตั้งที่ใกล้กับที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงดุสิต (เต๊นท์ริมถนนราชดำเนินนอก ข้างวังปารุสฯ) หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงดุสิต (เต๊นท์ริมถนนพิษณุโลก ข้างกระทรวงศึกษาธิการ) และหน่วยเลือกตั้งที่ 16 แขวงดุสิต (อาคารโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร) แม้จะใกล้กับที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานตำรวจนครบาลเข้ามาช่วยดูแลเพื่อไม่ให้เกิดความ วุ่นวาย

ปลัด กทม. กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีหน่วยเลือกตั้งมากถึง 6,337 หน่วย ซึ่งได้มีการยืมอุปกรณ์ เช่นโต๊ะ เก้าอี้และอุปกรณ์อื่น จากโรงเรียน กทม. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. ดังนั้นจึงได้ประกาศให้โรงเรียนทั้ง 435 แห่งของ กทม. หยุดเรียน 1 วัน ในวันที่ 6 ต.ค. เพื่อขนย้ายอุปกรณ์จากหน่วยเลือกตั้งคืนโรงเรียนให้เรียบร้อย

ที่มา คมชัดลึก