Posted by music on March 13th, 2008


ฝึกบอกรัก สัปดาห์ลูกทุ่ง 13 มีนาคม 2551 แป้งเขินบอกรักต้น คิดแค่พี่ชาย แต่นอกเวลาไม่รู้ว่าแบบใหน


แม็ก บอกว่าสบายใจมากขึ้น หลังจากที่ซ้อมมาหลายครั้ง


รุจ นั้นบอกว่าฟังเพลงไปสามสี่รอบ ก็พอจะจำได้แล้ว จังหวะก็ถือว่าสนุกดีและซ้อมการเต้นไปด้วย แต่ยังไงก็ยังจำเนื้อไม่ค่อยได้เท่าไร




ต้น บอกว่าไม่ได้เครียด เพราะเพลงยาก เสียงต่ำๆ สูงๆ พร้อมซ้อมการเล่นหูเล่นตาไประหว่างการร้องเพลงด้วย (เทรนเนอร์ เตือนบอกว่า จะไหวมั้ยเนี่ย)
ตอนแรกเหมือนจะง่าย แต่ไปๆ มาๆ ก็ยากจริงๆ




พร้อมกันนั้น วันนี้ก็ได้ฝึกซ้อมเกี่ยวกับเรื่องของการแสดง เพื่อนำไปปรับใช้ในการแสดงบนเวที โดยมีโจทย์การตีความ เป็นการรอ ซึ่งแต่ละคนนั้นก็ตีโจทย์
ต่างกันไป โดยเทรนเนอร์ก็จะค่อยๆบอกเทคนิคว่า จะต้องทำอย่างไรให้เข้าถึง
ซึ่งคนที่อินมากที่สุดกับการฝึกซ้อมนั่นคือ แก้ม ซึ่งเอาประสบการณ์ที่แสนรันทดในอดีตมาใช้ในการซ้อม จนทำให้เธอแสดงออกมาแบบยั้งน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่


ต่อมา เทรนเนอร์กำหนดให้ทุกคน ตีโจทย์คำว่ารัก โดยบอกรักกัน ซึ่งแต่ละคนก็เขินๆ ตลกๆ กัน เว้นแต่คู่ แป้งกับต้น ที่รู้สึกว่า จะมี something special


แป้งก็บอกว่า “ก็รู้สึกว่ารักพี่ต้นจริงๆ แต่ว่าไม่ได้คิดแบบอย่างอื่นนะ คิดว่าพี่เขาเป็นพี่ชายที่แสนดี ตามฟิวตอนนั้นน่ะคะ”
แต่พอเมื่อทีมงานถามว่า “แต่ถ้านอกฟิวละ”

เขินกันมากมาย เลยทีเดียว
แป้งทำท่าเขินเล็กๆ แล้วก็บอกว่า “ไม่รู้”
อ๊ะ หมายความว่ายังไงจ๊ะ
สำหรับการซ้อมบอกรักนั้น ก็ล้อไปกับการแข่งขันในรอบลูกทุ่งนั่นเอง เพราะเพลงลูกทุ่งนั้นเป็นการสื่อความออกมาแบบตรงๆ คิดอย่างไรบอกอย่างนั้น ไม่เก็บไม่กั๊ก แต่อย่างใด


คู่นี้ก็บอกว่า
ดิว “โอยเขามีแฟน น้องเขามีแฟนแล้ว ผมจะไปทำไรได้ แต่ถ้าไม่มีละก็…”
เมย์ “เขินค่ะ แต่เรื่องแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องอนาคตนะคะ”
Posted by music on March 12th, 2008
Posted by music on March 12th, 2008

แม็ก กำลังหัดร้องเพลงตามโจทย์ ด้วยความพยายาม เพราะ อาจจะไม่ค่อยถนัดนัก กับแนวลูกทุ่ง (ด้วยการร้องเพลงกับเปียโน)

แก้ม บอกว่า ไม่เข้าใจคำว่า เจาะไข่แดง ของเพลงนี้ ไม่ถึงกับคิดไม่ออก แต่ว่า น่าอายจังเลยที่จะร้องเพลงนี้ อิๆๆ โถน้องแก้ม

ส่วนดิว กำลังฝึกร้องเพลง สัญญา เมื่อ สายัณห์ ต้องร้องเพลงให้ชัดกว่าเดิม ดีเสียอีก เพราะว่า ปกติเป็นคนร้องเพลงไม่ค่อยชัด

ส่วนเมย์ ก็บอกว่า ใครจะขอก็รีบมาขอนะคะ (ตามชื่อเพลง ที่ร้อง จะขอก็รีบขอ ของ ศิรินทรา นิยากร)



สำหรับ ต้นที่ลำบากใจกับเพลงที่ได้มา ก็ทำหน้ายุ่งตลอดการซ้อมซะอย่างนั้น เออ นะ (แสดงความไม่ Happy มาอย่างชัดเจน ราวกับละคร เลยทีเดียว) ดูจะเป็นคนเดียวที่เครียดมากๆ จนต้องแสดงออกมาทางสีหน้า (สังเกตุว่า ต้นจริงจังมากกับเพลงลูกทุ่ง) อาศัยต้องฟังเยอะๆ เพราะเพลงนี้ มีทั้งสำเนียงร้อง และสำเนียงเพลง

น้องแป้ง บอกว่า เพลงโดเรมี ที่เลือกมานั้น เป็นเรื่องราว และสามารถร้องเพี้ยนได้ด้วย (สบายละสิครับ) แต่เมื่อลองแล้ว การร้องเพลงแบบไม่ตรงโน้ตนั้นยากกว่าที่คิด (จริงๆ ก็เพี้ยนทั้งเพลงนะ)

ส่วนรุจ ติดตรงที่การร้องอย่างติดป๊อบอยู่ (ซึ่งส่วนใหญ่ของเหล่าเดอะสตาร์ มักจะเป็นแบบนั้น) เทรนเนอร์ จึงต้องฝึดเข้ม ซึ่งรุจก็บอกว่ายาก เพราะจำเนื้อพอได้
แต่ การจำโน้ต นั้นต่างหากที่ยากกว่า
ซึ่งรุจบอกว่า อาศัยความเจ้าชู้ ที่มีอยู่มาใช้ในการร้องเพลง เพื่อให้เข้าอารมณ์
“ผู้ชายมันต้องมีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีก็เป็นเกย์ เป็นกระเทยแล้วสิครับ”
Posted by music on March 11th, 2008
เดอะสตาร์ 4 ไฮไลท์ วันที่ 11 มีนาคม 2551 ตอน 1
http://video.showded.com/watch?vdoId=17747
เดอะสตาร์ 4 ไฮไลท์ วันที่ 11 มีนาคม 2551 ตอน 2
http://video.showded.com/watch?vdoId=17748
Posted by music on March 11th, 2008
รอบนี้ ทีมงานจะเลือกเสื้อผ้า แต่งหน้าผมให้ทุกคน ตามความเหมาะสม

แก้ม ร้องเพลง กระแซะเข้ามาซิ ของ พุ่มพวง ดวงจันทร์

ดิว ร้องเพลง สัญญา เมื่อสายัณห์ เวอร์ชั่นของ ไท ธนาวุฒิ มั่นใจเพลงนี้ที่สุด เพราะว่า น่าจะร้องได้ ส่วนแก้วตาขาร๊อคนั้น คงไม่ได้

แม็กร้องเพลง อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล

เมย์ ร้องเพลงลูกทุ่ง จะขอก็รีบขอ ของศิรินทรา นิยากร ทั้งๆ ที่ไม่เคยร้องมาก่อนเลย

แป้งอยากร้องสองเพลง คือ หางเครื่อง กับ โดเรมี (โปรดิวเซอร์ แซวว่า จะน่าจะเหมาะกับโดเรมี เอ มีนัยยะ อะไรหรือเปล่าน่อ)
ดังนั้นจึงเลือกเพลง โดเรมี ของ เบนซ์ พรชิตา

รุจ ร้องเพลง หัวใจผมว่าง ของ จักรพรรณ อาบครบุรี




ต้น ร้องเพลง สมหวัง ของ ก๊อด จักรพรรณ อาบครบุรี (มีทีท่า ที่หวาดหวั่นกับเพลงลูกทุ่งมาก เพราะเท่าที่เปิดมา สีหน้าการรับฟังนั้น ต้นไม่เอาเสียเลย)
Posted by music on March 11th, 2008
เปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาสำหรับเวทีค้นหาดาวดวงใหม่ประดับวงการ เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวปี 4″ ประเดิมเวทีแข่งขันด้วยโจทย์เพลงที่บอกความเป็นตัวเอง

เริ่มต้นวันเสาร์งานนี้แฟนๆ ต่างให้ความสนใจแห่มาเชียร์กันแน่นสตูดิโอมูนสตาร์ ก่อนเริ่มแข่งขันสองพิธีกร “เอก” เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ และ “แฟรงค์” ภคชนก์ โวอ่อนศรี แนะนำคณะกรรมการทั้ง3 คน เพชรมาร์ “ม้า” อรนภา กฤษฎี และ “โจ้” สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ครั้งนี้ทั้งสามมาในฐานะผู้วิจารณ์ซึ่งจะไม่มีผลต่อคะแนน แต่จะมี 100 เสียงของผู้ชมที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงคะแนนให้แก่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คน โดยจะนับคะแนนเป็น 10% ของคะแนนทั้งหมดที่มาจากคะแนนโหวตผู้ชมทั่วประเทศ
ถึงเวลาประชัน “ต้น” ชยธร ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข1 เลือกประเดิมเวทีด้วยเพลงยุคคุณพ่อคุณแม่ยังเอ๊าะ ที่นำมาทำใหม่โดยวงพาราด็อกซ์ ที่ชื่อ “เธอที่รัก” เต้นไปยักคิ้วหลิ่วตาตามสไตล์ ชวนให้แฟนๆ สนุกลุกขึ้นมาร้องชูวับ ชูวับ โยกตามเป็นการวอร์ม ก่อนจะมาขยับขาตามไปกับเพลง “โรคประจำตัว” ของวงแคลช ที่ “ภัทร” พรภัทร ผู้แข่งขันหมายเลข2 งัดมาดเจ้าชู้ เพลย์บอยปล่อยความขี้เล่นของตัวเอง มายียวนกวนใจให้สาวๆ ใจละลาย
“แม็ก” จิรายุทธ ผู้แข่งขันหมายเลข 3 เลยต้องรีบออกมาโกยคะแนน งัดสเต็ปแดนซ์ตามแนวถนัดโชว์เพลง “ปากไม่ตรงกับใจ” พลิ้วหยั่งกับชิน มาเอง เห็นแฟนๆ เต้นกระจายจนเริ่มเหนื่อย “แก้ม” วิชญาณี ผู้แข่งขันหมายเลข4 เลยขอออกมาเบรกอารมณ์ ปล่อยพลังลูกคอ 9 ชั้นสะกดแฟนๆ ให้ขนลุกซู่ด้วยเพลง “ตะวันยังมีให้เห็น” เรียกเสียงปรบมือถล่มทลาย

ต่อกันด้วยหนุ่มร็อกมาดนิ่งอย่าง”ดิว” อลงกรณ์ ผู้แข่งขันหมายเลข 5 อดใจไม่ไหว ขอออกมาระเบิดความมัน อ้อนแฟนๆ ด้วยเพลง “คนที่ถูกรัก ของบอดี้แสลม เห็นเพื่อนๆ วาดลวดลายเรียกคะแนนกันไม่ยั้ง “เม” ปวีณ์สุดา ผู้แข่งขันหมายเลข 6 ไม่ยอมน้อยหน้า งัดลีลาเซ็กซี่ น่ารัก น่าหยิก ในเพลง “ไม่ใช่ผู้ชาย” ของดูบาดูมาสะกิดใจหนุ่มๆ ให้สะท้าน
ฟาก”แป้ง” ณัฐณิชา ผู้แข่งขันหมายเลข 7 ขอออกมากระชากใจหนุ่มๆ บ้าง ในแบบฉบับสาวเท่ ซน ปนสดใส ชวนทุกคนให้ “รบกวนมารักกัน”กวาดคะแนนรักจากหนุ่มๆไปหมดหัวใจ แต่ที่เล่นเอาสาวๆ เทใจรักให้แบบไม่มีกั๊ก ก็ตอนที่ขวัญใจ “รุจ” ศุภรุจ ผู้แข่งขันหมายเลข 8 สลัดมาดคุณชาย มาเป็นร็อกเกอร์หน้าหล่อ มัดใจสาวๆ ด้วยเพลง “ข้ออ้าง” ที่ทำเอาแฟนๆเคลิ้มใจละลายปิดท้ายการแข่งขัน
จากนั้นถึงวินาทีระทึกใจเมื่อพิธีกรประกาศผลโหวต 100 เสียงจากผู้ชมในห้องส่ง และคนที่คะแนนนำเป็นอันดับ 1 คือ แก้ม ได้ 39 คะแนน ตามด้วย รุจ 20 คะแนน เม 11 คะแนน ต้นและแม็ก คะแนนเท่ากัน 8 คะแนน ภัทร 7 คะแนน แป้ง 4 คะแนน และดิวได้คะแนนน้อยสุดคือ 3 คะแนน

ส่วนค่ำคืนของวันอาทิตย์เป็นวันที่ผู้แข่งขัน8 คนสุดท้าย ต้องลุ้นกันหนัก เพราะจะต้องมี 1 คนที่ไม่ได้ไปต่อเป็นคนแรก แต่ก่อนที่จะถึงนาทีของการประกาศผล สองนักร้องสาวเสียงดี รุ่นพี่เดอะ สตาร์ ปี 1 นิว-จิ๋ว จับมือกันมาครวญเพลงประกอบละครเรื่อง “อธิษฐานรัก” ให้กำลังใจรุ่นน้องทั้ง 8
แล้วก็มาถึงวินาทีตัดสินที่ทุกคนรอคอยกับการประกาศผลว่าใครจะไม่ได้ไปต่อเป็นคนแรก ทำเอาทั้งผู้แข่งขัน 8 คนสุดท้าย รวมถึงผู้ชมภายในห้องส่งต่างลุ้นกันสุดตัว โดยพิธีกรประกาศผลผู้ที่ได้ไปต่อทีละคน จนเหลือเพียง ภัทร และ ดิว ปรากฏว่า ภัทร ผู้แข่งขันหมายเลข 2 ต้องโบกมือลาเวทีไปเป็นคนแรก ทำเอาแฟนเพลงร้องไห้กันน้ำตาท่วม ภัทร เลยขอครวญเพลง “สักวันฉันจะไปหาเธอ” ของวงแคลชเป็นการขอบคุณ และอำลาเวที

Posted by music on March 11th, 2008


เพราะสาวเสียงดี “น้ำ-ศิราณี ทองนิยม” สละสิทธิ์ไปรักษาอาการป่วยโรคมะเร็งในไขกระดูก หนุ่มหน้าหวาน “แม็ก-จิรายุทธ คันธยศ” ผู้เข้าประกวดหมายเลข 4
เลยถูกส้มหล่นใส่ ให้เข้าเป็น 1 ใน 8 ผู้เข้าแข่งขันเวที “เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี4” แทนซะงั้น!! เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ้าตัวได้เผยว่า…
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่คณะกรรมการอย่าง พี่ม้า-อรนภา พี่โจ้-สุธีร์ศักดิ์ และพี่เพชร เลือกให้เข้ามาเป็นหนึ่งในเดอะสตาร์ 4 แทนน้ำที่สละสิทธิ์ไปรักษาตัว แต่อีกใจนึงก็อดเสียดายแทนเพื่อนไม่ได้ ที่พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไป ดังนั้นการที่ได้เข้ามาแทนน้ำในครั้งนี้ ผมก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ถามว่ารู้สึกกดดันมั้ย? มันก็มีบ้างนิดหน่อย แรกๆ ก็กลัวว่าแฟนๆ จะไม่ชอบรึเปล่า ที่เราเข้ามาแทน แต่ก็พยายามไม่ซีเรียสอะไร เพราะเชื่อว่าแฟนๆ เดอะสตาร์น่าจะให้โอกาสผมได้พิสูจน์ความสามารถ และตัดสินผมจากผลงานมากกว่า ที่จะมองว่าผมเข้ามาแทนใครครับ”
จาก ดาราเดลี่ วันที่ 5 มีนาคม 2551
Posted by music on March 11th, 2008

หลังจากหยุดชะงักไปปีหนึ่ง ในที่สุด เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว รายการเรียลิตี้ของคนช่างฝันที่หวังจับไมค์ ก็หวนกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ รายการได้ลุ้นอีกแล้วในปีที่ 4
แม้ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้ง 8 หนุ่มสาว จะได้เปิดเผยตัวตนให้ได้รู้จักกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะจากคอนเสิร์ตเปิดตัว ที่เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนดูไปได้ไม่น้อยเลย
แต่วันนี้จะชวนมาสัมผัสกับพวกเขาให้มากกว่าที่เคยรู้ทางหน้าจอ นับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป
หมายเลข 1 “ต้น” ชยธร เศรษฐจินดา “แค่ผ่านมารอบ 8 คนสุดท้ายก็ดีใจสุดสุด แล้วเพราะจุดมุ่งหมายคือการได้ร้องเพลงแบ่งความสุขให้คนอื่นๆ ฟัง”
หมายเลข 2 “ภัทร” พรภัทร ก่อเกียรติตระกูล “รอการประกวดครั้งนี้มาตั้งแต่อายุ 13 ทุกคนก็คงหวังทุกคนอยู่แล้ว แต่ก็พยายามทำดีที่สุดเพราะการเป็นนักร้องเป็นความฝัน”
หมายเลข 3 “แม็ก” จิรายุทธ คันธยศ “เกิดมาก็ชอบร้องชอบประกวดร้องเพลงมาตลอด มีความสุขที่ได้ไปยืนต่อแถวรอร้องเพลง ไม่ต้องชนะก็ได้ ส่วนที่ใครมองว่าเป็นเกย์ก็ไม่สนใจ เป็นแค่อุปสรรค”
หมายเลข 4 “แก้ม” วิชญาณี เปียกลิ่น “แค่เป็น 8 คนสุดท้าย ได้ร้องเพลงให้ทุกคนฟัง ก็มีความสุขแล้ว ส่วนที่ทุกปีผู้ชายชนะ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะตัวเองยังโหวตให้ผู้ชายเลย”
หมายเลข 5 “ดิว” อลงกรณ์ ตันหนองดู่ “หน้าตาผมไม่ดีเท่าไร แต่คิดว่าน่าจะโดดเด่นตรงเสน่ห์บนเวที ผมร้องร็อคหนักได้ ซึ่งแวดวงกำลังรอคลื่นลูกใหม่ เราก็พร้อมมากที่จะไขว่คว้าโอกาสนี้ แต่ถ้าตกรอบแรกก็ไม่เสียใจ ถือเป็นกำไรชีวิต”
หมายเลข 6 “เม” ปรีณ์สุดา จันทร์เกษ “เข้ารอบลึกๆ หรือตกรอบ ไม่ได้สำคัญอะไรมาก แค่ได้โชว์ความสามารถก็อาจจะเตะตาใครก็ได้ และอาจต่อยอดงานในวงการนี้ให้เรา แต่นักร้องก็คือฝันสูงสุด”
หมายเลข 7 “แป้ง” ณัฐณิชา ทิพยมงคล “แค่ได้เข้ารอบ 8 คน ก็โอ๊ยได้ขึ้นเวทีแล้ว ได้มีคอนเสิร์ต ได้ร้องเพลง ได้เข้าห้องอัด ที่ 1 ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเราก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลายทั่วไป”
หมายเลข 8 “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์ “คงไม่ใช่ตัวเก็ง เพราะว่าผู้ผ่านเข้ารอบปีนี้ก็เก่งกันมากๆ ตอนนี้เขากำลังเรียนปริญญาโท บริหารธุรกิจ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเป็นนักร้อง แต่เพิ่งรู้ตัวว่าอยากเป็นนักร้อง เลยหันมาฝึกฝนก็หวังว่าจะทำให้ดีที่สุด”
ตามเชียร์พวกเขาได้ทางโมเดิร์นไน์ทีวี และที่สำคัญรักใครชอบใครก็อย่าลืมโหวตให้ด้วยก็แล้วกัน
ที่มา มติชน วันที่ 6 มีนาคม 2551
Posted by music on March 11th, 2008
ทีมงานรายการ “เดอะสตาร์ ค้นฟ้า คว้าดาว” ค่ายเอ็กแซ็กท์ ได้ชี้แจงมาถึงคุณการันต์ รักเจ้าพระยา แฟนคอลัมน์ทีวีบันเทิง ถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการบางท่าน
ถึงขนาดที่คุณการันต์ใช้คำว่าฝ่าฟัน “มาร” เลยทีเดียว ดังนี้ครับ
“…ทางรายการขอชี้แจงว่า การเป็นนักร้องต้องฝ่าฟัน “มาร” ยิ่งกว่านี้อีกครับ โดยเฉพาะคนที่มีความฝัน อยากขึ้นมายืนเป็นศิลปินนักร้องซุปเปอร์สตาร์ คุณต้องเก่ง มีความสามารถ และเป็นตัวจริง
ที่สำคัญ คุณยังต้องมีความอดทน น้อมรับทุกคำวิจารณ์ ไม่ว่าใครจะวิจารณ์ คุณในเรื่องผลงาน ภาพลักษณ์ ชีวิตส่วนตัว หรือรสนิยมทางเพศ
เพราะคุณคือบุคคลสาธารณะที่ประชาชนและสื่อจะวิพากษ์วิจารณ์คุณอย่างไรก็ได้ ตามที่เห็นในสื่อต่างๆ หรือในสื่ออินเตอร์เน็ตทุกวันนี้
และการที่คณะกรรมการทั้ง 3 วิจารณ์ผู้เข้าแข่งขันอย่างตรงไปตรงมา ก็มิได้ติเพื่อบั่นทอนจิตใจ หรือเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อเรียกเรตติ้งให้กับรายการ หรือสร้างความสะใจให้กับคนดู
เพราะตลอด 4 ปีที่ผลิตรายการนี้ขึ้นมา ใครทำดีกรรมการก็ชื่นชม แต่ถ้ายังไม่ดีมีข้อบกพร่อง ก็ต้องนำกลับไปปรับปรุงแก้ไข เอาแรงกดดันมาเป็นพลังต่อสู้
เพราะเราไม่สักแต่พูดสวย เพื่อเรียกคะแนน นิยมจากแฟนคลับให้ช่วยกดโทรศัพท์โหวต
แต่จุดมุ่งหมายของเราคือผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ มีวินัย และพร้อมเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง
อุปสรรคและด่านตรงๆที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเจอะเจอในรายการ จึงเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อมให้กับพวกเค้า ก่อนจะต้องออกมาเจอกับความเป็นจริงในสังคม และกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง
ในขณะเดียวกัน เพราะคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาเหล่านี้ เราจึงได้เห็น “เดอะสตาร์” หลายต่อหลายคนก้าวมายืนแถวหน้าในวงการบันเทิงอย่างสง่างาม
ซึ่งก็เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เวทีแห่งนี้มีศักยภาพในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นตัวจริง
ท้ายนี้ทางทีมงานต้องขอโทษกับบางคำวิจารณ์ที่อาจฟังดูรุนแรงเกินไป และต้องขอขอบคุณ คุณการันต์ มา ณ ที่นี้ที่ติดตามชมรายการเดอะสตาร์มาโดยตลอด
อีกทั้งยังให้คำเสนอแนะ แง่มุมที่เป็นประโยชน์กับทางรายการ เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่งทางทีมงานพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นครับ” |
Posted by music on March 11th, 2008

“ต้น-แป้ง” เขินถูกถามกรณีแอบกุกกิ๊กกันในบ้าน “เดอะสตาร์ 4” ปัดยังไม่ได้คบกันถึงขั้นแฟน แต่แบไต๋ว่ามีความรู้สึกดีต่อกัน ด้านฝ่ายชายปฏิเสธเปล่าเป็นเกย์ ในขณะที่ฝ่ายหญิงช่วยยันอีกเสียง และเชื่อว่า ไม่ใช่การคบเพื่อกลบกระแสแอบสาวของฝ่ายชาย
กลายเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมากสำหรับเดอะสตาร์ ปีที่ 4 นี้ เนื่องจากมีผู้เข้าแข่งขัน 2 คนแอบกุ๊กกิ๊กกันอย่างออกนอกหน้า สำหรับ “ต้น-ชยธร เศรษฐจินดา” และ “แป้ง-ณัฐณิชา ทิพยมณฑล” แต่แล้วฝ่ายชายกับโดนกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ว่า แอบเข้ามาตีสนิทฝ่ายหญิงเพื่อต้องการกลบกระแสข่าวเป็นเกย์ งานนี้มีโอกาสเจอหน้า “ต้น-แป้ง” ที่งานเปิดตัว “เดอะสตาร์ ปีที่ 4” เลยเข้าไปสอบถามถึงกระแสข่าวฉาวดังกล่าว
“กับการที่พี่เขาเข้ามาจีบแป้งนั้น มันก็มีบ้างนะที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวเวลาที่เห็นเขามอง แต่หนูก็เฉยๆ นะ แต่บางที่เห็นเขาจะชอบแสดงออกมากเกินไป เขาจะไม่ค่อยเก็บอาการของเขา มันก็เลยทำให้เรารู้สึกเขิน แต่ก็ไม่มีอะไรนะ พี่เขาก็ตลกดี”
“คือ ตรงนี้มันก็เป็นธรรมดาของผู้หญิงนะ พอที่ผู้ชายมีความรู้สึกดีๆ ให้เราก็จะรู้สึกดีเหมือนกัน แต่ตอนนี้แป้งก็อยากให้เราเป็นพี่น้องกันก่อน ยังไม่อยากให้มันเกินเลยไปมากกว่านี้ ส่วนอนาคตนั้นมันก็ยังไม่แน่นะ มันเป็นเรื่องของอนาคตแป้งคงตอบอะไรไม่ได้ ตอนนี้เป็นเพื่อนกันก่อนดีกว่า เป็นพี่น้องกันก่อนดีกว่า สมมตินะว่าถ้าหากเราเป็นแฟนกันจริงๆ มันก็จะต้องเป็นแบบมาทะเลาะกันบ่อย เดี๋ยวก็ต้องเลิกกัน สู้เป็นเพื่อกันไปก่อนดีกว่า แป้งไม่ค่อยชอบคำว่าแฟนสักเท่าไหร่ เป็นพี่น้องกันแบบนี้สบายใจแล้ว”
ส่วนเรื่องของข่าวฝ่ายชายเป็นเกย์แล้วต้องการคบตนเพื่อปิดบังความจริงนั้น เจ้าตัวเปิดใจว่า ตอนแรกก็รู้สึกเหมือนกันว่าทำไมถึงสาวได้ขนาดนี้ แต่พอลองคบกันไปสักระยะถึงได้รู้ว่าแมนร้อยเปอร์เซ็นต์…
“ใช่ค่ะ คือ ตอนแรกเลยแป้งเห็นแล้วคิดในใจเลยว่าคนนี้ตุ๊ดมาก (หัวเราะ) เราคิดมาตลอดว่าตุ๊ดชัวร์ แต่พออยู่ไปตอนแรกก็ยิ่งทำให้เราคิด เพราะว่าผู้ชายอะไรมานั่งใส่คอนแทกต์เลนส์บิ๊กอาย ผู้ชายอะไรมานั่งทาแป้ง แต่งหน้า เซ็ตผม แล้วพออยู่ไปเขาก็ดูแมนขึ้นเรื่อยๆ ดูเป็นคนมีความคิดมากๆ ตอนนี้คือเป็นผู้ชายแน่นอน”
.
“พอเรารู้แล้วมันก็มีความสุขขึ้น รู้สึกดีขึ้น แต่เขาก็ชอบมาหยอดแป้งทุกวันเลย พี่ต้นเขาเป็นผู้ชายที่น่ารักนะ เขาเป็นคนยิ้มน่ารัก เขายิ้มแล้วมีรักยิ้มสองข้าง ดูแล้วน่ารักสดใสดี”
ต่อข้อถามที่ว่า กลัวไหมว่าคนจะมองว่าที่ฝ่ายชายเข้ามาคบกันเราเพราะต้องการกลบกระแสข่าวเกย์ สาวแป้งเผยว่าไม่มีการสร้างกระแสใดๆ ทั้งสิ้น
“อันนี้แป้งก็เคยคิดนะ แต่พอมาได้อยู่บ้านด้วยกัน เวลามันก็พิสูจน์ทำให้ได้รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เขาไม่ได้สร้างกระแสหรอก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีอะไรนะ ก็ธรรมดาเรื่อยๆ อยู่ เขาก็แค่เป็นคนน่ารักคนหนึ่ง เรายังเด็กอยู่ ยังไม่ถึงเวลา อายุก็ยังเพิ่ง 17 เองรอเวลาให้สมควรก่อนดีกว่า”
ด้าน “ต้น-ชยธร” เผยถึงกระแสข่าวที่แอบกุ๊กกิ๊กกับสาวแป้งในบ้านเดอะสตาร์ ปีที่ 4 ว่า
“ส่วนตัวแล้วผมก็สนิทกับน้องเขานะ ผมเอ็นดูน้องเขาเหมือนน้องคนหนึ่ง แต่คนภายนอกจะมองไปอย่างอื่นนั้นผมก็ไม่ทราบ อีกอย่างเราก็เป็นคนเหนือเหมือนกันพ่อแม่ของน้องเขาบอกเราว่าฝากดูแลน้องเขาด้วย คือเราเป็นคนเหนือเหมือนกัน”
“แป้งเขาเป็นคนน่ารัก สดใส แต่ถ้าถามว่าผมชอบไหมผมก็ว่าน่ารักนะ ก็ชอบครับ แต่ถ้าถามว่าอยากจะจีบไหม ผมว่ามันยังเร็วไปตอนนี้เราก็ต้องทำงานของเราก่อน อีกอย่างการจีบนั้นมันก็คงจะต้องใช้เวลาศึกษากันไปสักพัก แต่ตอนนี้เราสองคนก็คงจะต้องรับผิดชอบงานตรงนี้ก่อน เราไม่อยากให้งานเสีย”
ที่มา manager.co.th